'ภาษามือ' โปรดใช้หัวใจในการรับฟัง
 
“ภาษามือ” แขนงหนึ่งของภาษากายที่ไม่ได้หมายถึงเรื่องอย่างว่า สลักสำคัญยิ่งสำหรับคนผู้อยู่ในโลกเงียบมาตั้งแต่เกิดอย่าง “คนหูหนวก” ภาษามือจะช่วยถ่ายทอดความรู้สึกนึกคิดของเขาออกมาให้คนรอบข้างได้รู้ แต่ก็มีข้อจำกัดด้วยว่าถ้าผู้รับสารไม่รู้ภาษามือ อาจหมดสิทธิรู้ว่าเขาสื่อสารเรื่อง ๆ ใดออกมา 
 
ตัวอย่างของการตีความภาษามือผิดไป ดังภาษา มือชื่อ นายกรัฐมนตรี สมัคร สุนทรเวช ล่ามภาษามือทำมือขยุ้มจมูก จนมีคนตีความเป็นทำนองว่าล้อเลียน ฯพณฯ นายกฯ แต่แท้จริงแล้วไม่ใช่ 
 
“สะท้อนให้เห็นว่าคนในบ้านเราไม่มีความรู้เรื่องภาษามือ ในประ เทศที่พัฒนาแล้ว มีคนใช้ภาษามือได้เยอะมาก ไม่ได้เป็นเรื่องแปลกใหม่เลย แต่บ้านเรารู้สึกเป็นเรื่องแปลกใหม่ ญี่ปุ่นมีอาสาสมัครและล่ามอาชีพที่ใช้ภาษามือได้เยอะมาก เพราะบรรจุในวิชาเรียนในเด็กชั้นมัธยม คนหูหนวก ไปซื้อของไปไหนไม่มีปัญหา บ้านเราแม้ภาษามือเป็นวิชาบังคับของโรงเรียนเด็กหูหนวกอยู่แล้ว แต่ถ้าเป็นวิชาเลือกหรือวิชากิจกรรมในโรงเรียนทั่วไปน่าจะดี ต่อไปถ้าเขาเจอคนหูหนวกจะไม่หนีเลยคุยกันได้” จุฑามาศ สุธนวัฒนาเจริญ ล่ามภาษามือของสมาคมคนหูหนวกแห่งประเทศไทย ให้ความเห็น 
 
หากคนที่มีโอกาสเรียนภาษามือจะรู้ว่าภาษามือกับภาษาพูดนั้นมีโครงสร้างประโยคต่างกัน ที่มาที่ไปของท่ามือ หรือสีหน้าของล่ามของคนหูหนวกที่ต้องแสดงออกเช่นนั้นล้วนมีความหมาย 
 
กนิษฐา รัตนสินธิ์ ล่ามภาษามือ สมาคมคนหูหนวกแห่งประเทศไทย อธิบายให้ฟังว่า โครงสร้าง ของประโยคคำพูดของ คนปกติทั่วไป จะประกอบด้วย ประ ธาน กริยา กรรม ยกตัวอย่างโครงสร้างประโยคบอกเล่าทางคำพูด “ฉันจะไปเชียงใหม่” แต่ภาษามือไม่ใช่ จะขึ้นต้นด้วยกรรมก่อน เป็น “เชียงใหม่ไปฉัน” โดยยกมือสื่อสัญลักษณ์ของ เชียงใหม่ขึ้นก่อน ดังนั้นคุณสมบัติของคนที่จะเป็นล่ามต้องมี ความรู้ด้านภาษาไทยอย่างดี ที่สำคัญล่ามต้องแปลอย่างไรให้เห็นภาพมากที่สุด 
 
กนิษฐา อธิบายต่อว่า คนหูหนวกตั้งชื่อภาษามือให้คุณสมัคร เพราะดูจากจมูกใหญ่ เป็นลักษณะเด่นอยู่บนใบหน้า นี่คือชื่อที่คนหูหนวกตั้งให้ แต่ตอนนี้ท่านดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีก็ใส่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเพิ่มด้วย 
 
ขณะที่ คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้าน ทุกคนในสังคมมองว่าหน้าตาดี หล่อ ก็ใช้มือวาดหน้า แล้วทำภาษามือ “อ” ส่วน คุณบรรหาร ศิลปอาชา ท่านตัวเล็ก คือทำมือลดระดับลงมา แล้วใช้ภาษามืออักษร “บ” อดีตนายกรัฐมนตรี สุรยุทธ์ จุลานนท์ ท่านมีไฝเล็ก ๆ ตรงจมูก แต่มีตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรี ก็ใส่ตำแหน่งท่านไปเป็นภาษามือ หรือ คุณชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี ท่านมีจุดเด่นตรงทรงผมมีกระบัง 
 
ด้าน คุณทักษิณ ชินวัตร สัญลักษณ์ของท่านในหมู่คนหูหนวก คือท่าตอนหาเสียง ตาดูดาวเท้าติดดิน ส่วนคุณชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ลักษณะเด่นมีหนวด ภาษามือใช้สองมือชี้ตรงใต้จมูก คุณกัญจนา ศิลปอาชา ก็มีจุดเด่นตรงทรงผม ที่ตั้งกระบัง คุณสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ สัญลักษณ์เด่นคือใส่แว่นเล็ก ๆ เรียว ๆ จับจีบนิ้วมือแสดงให้เห็นว่าแว่นเล็กแล้วตามด้วย “ส” 
 
แม้แต่คนดังอย่าง เบิร์ด ธงไชย คนหูหนวกจะจำจุดเด่น ตรงที่มีเขี้ยว แล้วร้องเพลง หากพูดถึงเบิร์ด ก็ยิ้มชี้ตรงตำแหน่งเขี้ยวในปาก แล้วทำท่าร้องเพลง ส่วน ภราดร ศรีชาพันธุ์ นักเทนนิส จุดเด่นที่คนหูหนวกรับรู้คือ ผมตั้ง ๆ ก็จับตรงทรงผม แล้วทำท่ามือลูกเทนนิส
 
หรือ วงโปงลางสะออน หยิบท่า เด่นของ “ลาล่า-ลูลู่” ทำท่าเต้นโลมา ออกมาก็รู้กันได้เลยว่ากำลังกล่าวถึงสองสาว ส่วน “อี๊ด” หัวหน้าวง จุดเด่นที่รู้กันนอกจากท่าเต้นดังกล่าวแล้ว คือมีเครา ก็วาดมือตรงปลายคาง เท่านี้ก็รู้แล้วว่า หัวหน้าวงโปงลางสะออน 
 
จุฑามาศ เสริมว่า การตั้งชื่อของคนหูหนวกนั้นไม่ใช่จะตั้งให้ได้ ทุกคน กว่าจะได้ชื่อจากคนหูหนวกต้องเกิดความคุ้นเคยกันก่อน คือมีการใช้ภาษามือสื่อสารกันมาสักระยะแล้วหยิบจุดเด่นประจำตัวขึ้นมา ไม่ว่าจะใส่แว่น ขนตางอน หรือไม่จำเป็นต้องมีลักษณะเด่นบนร่างกายแต่ดูจากเครื่องประดับ การแต่งกาย เช่นบางคน ใส่ตุ้มหูยาวตลอดเวลา หรือบางคนใส่ที่คาดผมประจำ เมื่อพูดถึงคนนั้นก็บอกเล่าลักษณะเด่นของเขาออกมา ไม่เฉพาะลักษณะเด่นอย่างเดียว มีตำแหน่งหน้าที่การงาน รวมทั้งเรื่อง การนับถือศาสนาเข้ามาเกี่ยวข้อง เช่นนับถือศาสนาอิสลาม เป็นต้น 
 
“ยกเว้นบุคคลสาธารณะ ที่มีชื่อเสียงในวงการข่าวสาร เมื่อคนหูหนวกติดตามข่าวสารบ้านเมือง ล่ามต้องแปลในรายการข่าว ล่ามต้องแปลให้ทัน หากมัวมาใช้ตัวสะกดอยู่ก็อาจจะไม่ทัน แต่ชื่อภาษามือของบุคคลสาธารณะก็ผ่านความเห็นของคนหูหนวกมาแล้วส่วนใหญ่”
 
อนุชา รัตนสินธิ์ ครูสอนภาษามือ คนหูหนวกตัวจริงสะท้อนความคิดเห็นผ่านล่ามว่า เขาไม่รู้ว่าสังคมของคนหูดีมองเรื่องกรณีของคุณสมัครอย่างไร ฉายาที่สื่อพูดถึงคุณสมัคร คือจมูกชมพู่ แต่คนหูหนวกไม่คิดอย่างนั้น ยังงงอยู่ว่าชมพู่ไปเกี่ยวอะไรกับคุณสมัคร เพราะภาษามือจะมีท่าภาษามือที่เกี่ยวกับผลไม้โดยตรง หรือถ้าจมูกบวม แล้วโดนผึ้งต่อยก็จับจมูก แล้วก็แสดงสีหน้าออกมาด้วย มันต่างกับจมูกใหญ่มาก 
 
“หนังสือพิมพ์วาดรูปการ์ตูนล้อเลียนคุณสมัครจมูกชมพู่ ทำไมตรงนี้ไม่เป็นประเด็น ๆ อีกอย่างจมูกชมพู่เป็นภาษาที่คนหูดีคิดขึ้นมา เกิดเรื่องอย่างนี้ก็ดีเหมือนกัน อย่างน้อยจะได้เป็นการประชาสัมพันธ์ภาษามือ จะได้มีคนสนใจอยากเรียนขึ้นมาบ้าง” ตัวแทนคนหูหนวกว่า 
 
แม้คนหูหนวกจะมีสิทธิพื้นฐานเหมือนกับคนไทยทุกคน แต่การเข้าถึงนั้นไม่ง่ายเลย ด้วยข้อจำกัดด้านการสื่อสาร ยกตัวอย่างเช่นการรับรู้ข่าวสารหรือบันเทิงทางสื่อทีวี ต้องดับมืดทันทีเมื่อไม่มีล่ามภาษามือมาช่วยแปลให้ 
 
ในฐานะครูของคนหูหนวก มีข้อเสนอแนะให้รายการทีวีในบ้านเรา อย่างเช่นรายการทีวีที่บันทึกเทปไว้แล้วผู้ผลิตน่าจะทำซับไตเติ้ลคำบรรยายภาษาไทยใส่ไปด้วย ส่วนรายการสดเช่น “ข่าว” ใช้ล่ามจะเหมาะสมกว่า แต่ทุกวันนี้กรอบจอล่ามบนทีวีก็เล็กมาก อยากให้แยกจอล่ามกับจอทีวีออก มาเลยไม่ต้องทับกัน บางทีไม่เห็นมือล่ามเลย 
 
ตรงนี้รัฐบาลเข้ามาช่วยได้ด้วยการออกกฎหมาย ให้ผู้ผลิตทีวีใส่ชิพเข้าไปในทีวีทุกยี่ห้อและบังคับให้สถานี ออกอากาศมีสัญญาณรับภาษามือ โดยสามารถเลือกระบบจากตัวเครื่องทีวีเองได้ว่า จะมีจอล่ามหรือไม่มี สามารถเพิ่มจอล่ามเล็กใหญ่ได้จาก รีโมต เหมือนทีวีปัจจุบันที่เลือกภาษาได้ เพราะในประเทศที่พัฒนาแล้วมีระบบทีวีแบบนี้แล้ว บ้านเราก่อนหน้าเคยมีทีวียี่ห้อคนไทยที่ใส่ชิพลงไป แต่ปัจจุบันไม่มีแล้ว 
 
นอกจากรายการทีวีแล้วแผ่น วีซีดี ดีวีดีภาพยนตร์ หรือสารคดีของไทย ถ้ามีคำซับไตเติ้ลภาษาไทย ออกมาด้วยจะทำให้คนหูหนวกได้รับความบันเทิงเท่ากับคนหูดี แต่ตอนนี้มีภาพยนตร์เรื่องตำนานสมเด็จพระนเรศวรที่มีคำบรรยายภาษาไทย
 
ส่วนหนึ่งของคำร้องขอจากผู้คนในโลกเงียบ ที่อาจต้องเงี่ยหัวใจฟังสำหรับ คนที่เอ่ยภาษามือไม่เป็น.
บทหนักของล่ามภาษามือ
 
ปัจจุบันตัวเลขของคนหูหนวก ในบ้านเรามีจำนวน 300,000 คน แต่มีคนหูหนวกที่มาขึ้นทะเบียนกับสมาคมคนหูหนวกแห่งประเทศไทย 70,000 คน กว่าครึ่งหนึ่งไม่มีโอกาสได้เรียนหนังสือในระดับสูงขึ้นถึงระดับปริญญาตรี เพราะขาดแคลนล่ามช่วยแปลระหว่างการเรียนการสอน 
 
กนิษฐา รัตนสินธิ์ ล่ามอาวุโสสุดของสมาคมคนหูหนวกแห่งประเทศ ไทยบอกว่า ขณะนี้จำนวนล่ามของสมาคมไม่เพียงพอกับงานที่มีอยู่ จำนวนมาก ล่ามภาษามือตอนนี้มีอยู่ 5 คน หน้าที่หลัก ๆ คือให้บริการสมาชิกที่เข้ามาจองล่าม ขึ้นอยู่ว่าสมาชิกต้องไปติดต่อเรื่องใด ไม่ว่าจะไปพบแพทย์ ขึ้นศาล ไปทำธุร กรรม และอื่น ๆ รวมถึงไปประชุมสัมมนากับหน่วยงานที่ร้องขอเข้ามา หรือ กรณีเร่งด่วนไปโรงพัก โรงพยาบาล และไปเป็นล่ามในรายการทีวีถ้าเจ้าของรายการติดต่อเข้ามาอาจจะมีบ้างที่สถานศึกษาขาดล่าม จะติดต่อมาใช้ล่ามของสมาคม 
 
“วิธีการแก้ปัญหาล่ามขาดแคลน ภาครัฐต้อง จัดตั้งศูนย์บริการล่ามส่วนกลาง ขึ้นมาในต่าง ประเทศ และแยกประเภทล่ามที่มีความรู้เช่น เรื่องกฎหมาย เรื่องการแพทย์ ยกตัวอย่างเช่นคนหูหนวกผู้ชายจะไปพบแพทย์เรื่อง ปัญหาโรค ของผู้ชายแต่ไม่มีล่ามผู้ชาย ต้องใช้ผู้หญิง คนหูหนวกก็อายล่ามก็อาย หรือ คนหูหนวกไปตรวจครรภ์ แต่ล่ามไม่เคยมีลูกมาเลยก็ แนะนำกันไม่ถูก” จุฑามาศล่ามภาษามือคุ้นหน้าทางทีวี แสดง ทรรศนะ
 
พรประไพ เสือเขียว
 
หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ วันพุธที่ 20 กุมภาพันธ์ 2551