การเรียนรู้การนำทางอย่างถูกวิธี
เรียบเรียงโดย ยุพา   ดวงกันยา
http://www.ser01.com/page/wichakan_blind2.htm
 
 
การนำทางคนตาบอด    ถ้ามองดูอย่างผิวเผินจะคิดว่าเป็นเรื่องธรรมดา และง่ายๆ เพราะสามารถทำได้โดยไม่ต้องฝึกฝน  หรือเรียนรู้อะไรแต่ถ้าจะให้ได้ผลสัมฤทธิ์วัตถุประสงค์  ผู้นำทาง และผู้ตาบอดเองจะต้องเรียนรู้   และได้รับการฝึกฝนวิธีการต่างๆอย่างถูกต้องตามขั้นตอน และควรทราบถึงเหตุผลว่าทำไมต้องปฏิบัติอย่างนั้น  โดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวคนตาบอดเองจำเป็นจะต้องชี้แจงให้ผู้นำทาง   (ซึ่งส่วนใหญ่จะไม่ทราบและไม่มีประสบการณ์ในการนำทางคนตาบอด)   เข้าใจและช่วยนำทางคนตาบอดได้อย่างถูกต้อง ไม่รู้สึกว่าเป็นภาระหรือรำคาญในการช่วยนำทาง    ส่วนคนตาบอดเองก็จะรู้สึกสบายใจ   ปลอดภัย   และมีความมั่นใจในการร่วมเดินทางกับผู้นำทางของตน 
  
วิธีการเดินทางของคนตาบอด 
โดยทั่วไปคนตาบอดมีวิธีการเดินทางไปในสถานที่ต่างๆที่ตนต้องการอยู่ 4 วิธี คือ 
 1. การเดินทางกับผู้นำทาง 
 2. การเดินทางโดยใช้ไม้เท้าขาว 
 3. การเดินทางกับสุนัขนำทาง 
 4. การเดินทางโดยใช้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ 
 
   ในที่นี้จะเน้นที่การเดินทางกับผู้นำทางอย่างละเอียด   เพราะเหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจ  สภาพสังคมและสภาพภูมิศาสตร์ของประเทศไทยเรามากที่สุด ส่วนการเดินทางกับสุนัขนำทางและการเดินทางโดยใช้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์จะยังไม่กล่าวถึง  เพราะยังไม่เหมาะสมและไม่พร้อมสำหรับบ้านเราขณะนี้
 
 การนำทางกับผู้นำทาง    
ความหมายการเดินทางกับผู้นำทาง    หมายถึง การที่คนสายตาปกติช่วยนำทางคนตาบอด  ไปยังสถานที่ต่างๆ ตามความต้องการการเดินทางกับผู้นำทางเป็นวิธีการเดินทางที่สะดวกรวดเร็ว   และปลอดภัยมากที่สุดแต่คนตาบอดจะต้องได้รับการฝึกฝนอย่างถูกขั้นตอนตามลำดับ
 
 จุดมุ่งหมาย
 
    1. เพื่อให้คนตาบอดเข้าใจความหมายของการเดินทางกับผู้นำทาง
    2. เพื่อให้ผู้นำทางและคนตาบอดรู้วิธีเดินทางไปด้วยกันอย่างถูกต้องสะดวกรวดเร็วและปลอดภัย 
    3. เพื่อให้ผู้นำทางและคนตาบอดร่วมเดินทางไปด้วยกันอย่างมีความสุขผู้นำทางไม่รู้สึกว่าเป็นภาระ    หรือรำคาญที่จะต้องช่วยนำทางและคนตาบอดเองก็ไม่รู้สึกอึดอัดหรือไม่สบายใจ
    4. คนตาบอดสามารถแนะนำเทคนิคการเดินทางให้ผู้นำทางที่ไม่มีประสบการณ์ได
 
 วิธีการ
    เมื่อผู้นำทางจะนำทางคนตาบอดให้ปฏิบัติตามขั้นตอนต่างๆดังนี้ 
    1. การให้สัญญาณการช่วยเหลือผู้นำทางใช้หลังมือขวาหรือซ้ายแตะหลังมือหรือแขนซ้าย  หรือขวาของคนตาบอด ทั้งนี้เพื่อเป็นสัญญาณการบอกให้เตรียมตัวและทราบตำแหน่งของผู้นำทาง
    2. ลักษณะและตำแหน่งของการจับแขน คนตาบอดจะเลื่อนมือซ้ายและขวาไปตามแขน   ขวาหรือแขนซ้ายของผู้นำทาง  เพื่อจับบริเวณเหนือข้อศอก   โดยให้หัวแม่มืออยู่ด้านนอก ส่วนอีก 4 นิ้วอยู่ด้านใน    ลักษณะการจับต้องไม่แน่นจนเกินไปเพราะจะทำให้ผู้นำทางเจ็บและรำคาญ   และต้องไม่หลวมจนเกินไป   เพราะในขณะที่เดินมืออาจจะหลุดได้จึงควรจับให้พอดีและมั่นคง
    3. ตำแหน่งของผู้นำทางและคนตาบอด คนตาบอดยืนเยื้องไปทางด้านหลังของผู้นำ   ทางครึ่งก้าวให้แขนช่วงบนอยู่แนบลำตัวตามปกติส่วนแขนช่วงล่างงอในลักษณะตั้งฉากกับแขนช่วงบน    เพื่อให้แน่ใจว่าตำแหน่งการยืนของตนถูกต้องหรือไม่ คนตาบอดอาจตรวจสอบได้   โดยใช้มือแตะดูว่าไหล่ข้างที่ใช้มือจับข้อศอก ของตนอยู่ตรงกับไหล่ของผู้นำทางที่ให้จับข้อศอกหรือไม่ถ้าไม่ตรงควรปรับให้ตรงก่อนแล้วจึงเริ่มออกเดิน
 
   4. ลักษณะของการเดินไปด้วยกันขณะเดินไปด้วยกันทั้ง 2 ฝ่าย จะต้องเดินอย่างสบายและสัมพันธ์กัน คนตาบอดต้องไม่เกร็ง เดินไม่ช้าหรือเร็วจนเกินไป   และต้องรักษาตำแหน่งของมือและแขนที่จับให้อยู่ในสภาพเดิมตลอดเวลา   ส่วนผู้นำทางเองจะต้องไม่ห่วงหรือกังวลมากจนเกินไป  เดินทางไปเรื่อยๆ   ตามปกติ   เพื่อให้สะดวกยิ่งขึ้นก่อนเดินขึ้นที่สูงหรือเดินลงที่ต่ำ เช่น   บันได และขอบถนนควรหยุดก่อนแล้วบอกว่า ขึ้น หรือ ลง แล้วเดินไปด้วยกันตามธรรมชาติมากที่สุด ผู้นำทางควรพูดและอธิบายถึงสิ่งแวดล้อมต่างๆ   ขณะนั้นให้คนตาบอดฟังด้วยเพื่อให้เพลิดเพลิน   และไม่รู้สึกอึดอัดใจของทั้งสองฝ่าย
    5. การเปลี่ยนข้าง ถ้าต้องเปลี่ยนข้างเดิน จะด้วยเหตุผลใดก็ตาม    เช่นจะเปลี่ยนจากด้านขวาของผู้นำทางไป    ด้านซ้ายของผู้นำทางสามารถทำได้โดย
5.1 คนตาบอดใช้มือขวาไปจับแขนเหนือมือซ้ายซึ่งจับอยู่เล็กน้อย 
5.2 เลื่อนมือซ้ายผ่านหลังของผู้นำทางเบาๆไปจับแขนซ้ายบริเวณเหนือข้อศอกพร้อมเบี่ยงตัวตาม
5.3 เลื่อนมือขวาไปจับข้อศอกแทนที่มือซ้ายแล้วปล่อยมือซ้ายลงตามเดิม
    6. การเดินทางผ่านทางแคบ 
    ในบางสถานการณ์ ผู้นำทางและคนตาบอดอาจไม่สามารถเดินคู่กันไปตามปกติได้เนื่องจากทางเดินแคบ ต้องเดินเรียงหนึ่งเท่านั้น เช่น   สะพานไม้แผ่นเดียว ทางเดินในตลาดสด และช่องแคบจะต้องใช้วิธีดังต่อไปนี้ 
    6.1 ผู้นำทางบอกคนตาบอดว่า จะผ่านทางแคบ   พร้อมเลื่อนแขนข้างที่
คนตาบอดจับอยู่ไปบริเวณกึ่งกลางหลัง 
    6.2 คนตาบอดยอมรับโดยยืดแขนออกตรงไม่เกร็ง พร้อมเดินเบี่ยงเข้าไป 
ด้านหลังในลักษณะเดินเรียงหนึ่ง 
6.3 เมื่อพ้นทางแคบแล้วผู้นำทางจะปรับแขนไปไว้ในตำแหน่งเดิมคนตาบอด 
    จะปรับตัวเดินตามปกติ 
    7. การขึ้น – ลงบันได
    ไม่ว่าจะเป็นเด็กตาดีหรือเด็กตาบอดจะรู้สึกว่าการขึ้นบันไดง่ายกว่าการลงบันไดจึงควรฝึกให้คนตาบอด ขึ้นบันไดก่อนเพื่อทำให้เขาเกิดความไม่กลัวและความมั่นใจในการฝึกลงบันไดต่อไป การขึ้นบันไดก่อนขึ้นบันไดควรบอกให้เขาทราบก่อนเพื่อเตรียมตัวแล้วปฏิบัติ
   
ดังต่อไปนี้
    1. ผู้นำทางหยุดที่เชิงบันไดเพื่อให้คนตาบอดใช้ปลายเท้าสำรวจความสูงและความลึกและลักษณะของชั้นบันได 
    2. เมื่อพร้อมแล้วผู้นำทางจะต้องก้าวขึ้นบันไดนำหน้าคนตาบอดก่อน 1 ขั้น
    3. เมื่อพ้นบันไดขั้นสุดท้ายแล้วผู้นำทางจะหยุดยืนอยู่กับที่ครู่หนึ่ง ซึ่งเป็นการบอกสัญญาณว่าพ้นบันไดแล้ว เพื่อป้องกันไม่ให้คนตาบอดเสียหลักแล้วจึงเดินต่อไปตามปกติ
 
การลงบันได ก่อนลงบันได ผู้นำทางควรบอกให้คนตาบอดทราบก่อน เช่นกัน แล้วปฏิบัติดังนี้
 1. ผู้นำทางหยุดตรงขอบบันไดเพื่อให้คนตาบอดใช้ปลายเท้า
    สำรวจขอบและความสูงของขั้นบันได 
 2. เมื่อพร้อมแล้วผู้นำทางจะต้องลงบันไดก่อนคนตาบอด 1 ขั้น
 3. เมื่อลงบันไดจนถึงพื้นแล้ว ผู้นำทางจะหยุดนิ่งเพื่อเป็นสัญญาณ
    ให้คนตาบอดทราบและป้องกันไม่ให้เสียหลักแล้วจึงเดินต่อไปตามปกติ
   
8. การเปิดและปิดประตู 
    เมื่อจะเข้าหรือออกประตูที่ปิดอยู่ผู้นำทางควรบอกให้คนตาบอดทราบก่อนและ
    ปฏิบัติดังนี้ การเปิดและปิดประตู
1. คนตาบอดเองจะต้องยืนอยู่ข้างเดียวกับบานพับของประตูเสมอถ้าอยู่กัน คนละด้านจะต้องเปลี่ยนข้างก่อน
2. ถ้าเป็นประตูชนิดผลักออกจากตัว ผู้นำทางจะใช้มือข้างที่คนตาบอดจับอยู่ จับลูกบิดแล้ว เปิดประตูนำหน้าเข้าไปคนตาบอดจะเดินตามโดยใช้มือที่ว่างอยู่เลาะขอบประตูหรือจับลูกบิด    เพื่อปิดประตูไว้ตามเดิม 
3. ถ้าเป็นประตูชนิดดึงเข้าหาตัวผู้นำทางจะใช้มือข้างที่คนตาบอดจับอยู่จับลูกบิดคนตาบอดจะใช้มืออีกข้างหนึ่งเลาะไปตามแขนของผู้นำทางเดินหน้าไปก่อนตาบอดเดินตามแล้วปิดประตู
   
 
9. การนั่งเก้าอี้
    การนำคนตาบอดไปนั่งเก้าอี้จะเป็นการยุ่งยากพอสมควรถ้าเป็นผู้นำทางไม่ทราบ
วิธีจึงควรปฏิบัติดังนี้ การนั่งเก้าอี้ที่ไม่มีโต๊ะ 
    1. ผู้นำทางพาคนตาบอดไปยืนหลังพนักเก้าอี้ พร้อมยื่นมือข้างที่คนตาบอดจับ 
อยู่ไปจับพนักเก้าอี้แล้วบอกให้เขานั่ง
    2. คนตาบอดจะค่อยๆเลื่อนมือจากข้อศอกของผู้นำทางไปตามแขนเพื่อจับเก้าอี้
    หลังจากนั้นผู้นำทางจะยืนห่างออก 
3. คนตาบอดจะใช้ขาเลาะเก้าอี้ไปทางด้านข้าง ก้มลงเล็กน้อยแล้วใช้มืออีกข้าง
    หนึ่งสำรวจเก้าอี้ว่าสะอาดหรือไม่
4. ต่อจากนั้น จึงเดินเลาะไปด้านหน้าของเก้าอี้ให้ขาด้านหน้าทั้ง 2 ข้าง และขอบ
    เก้าอี้เท่ากัน แล้วจึงนั่งพร้อมปล่อยมือที่จับพนักเก้าอี้ 
การนั่งเก้าอี้ที่มีโต๊ะ 
จะมีวิธีคล้ายๆกับการนั่งเก้าอี้ไม่มีโต๊ะเพียงเพิ่มเทคนิคมากขึ้นคือ
  1. เมื่อยืนจับพนักเก้าอี้อยู่ข้างๆแล้วใช้มืออีกข้างหนึ่งแตะขอบโต๊ะไว้พร้อม
    ดึงเก้าอี้ออกให้ห่างโต๊ะ พอที่จะแทรกตัวเข้าไปนั่ง 
  2. เมื่อนั่งแล้วใช้หลังมือทั้ง 2 ข้างสัมผัสขอบโต๊ะเพื่อดูว่านั่งได้ตรงตามปกติ
    หรือไม่ 
  3. ถ้านั่งเฉใช้มือทั้ง 2 ข้างจับขอบเก้าอี้ด้านข้าง แล้วยกตัวขึ้นพร้อมเก้าอี้
    เพื่อปรับให้พอดี
   
 
10. การใช้ยานพาหนะ
    ในชีวิตประจำวันคนเราต้องเดินทางไปตามสถานที่ต่างๆ   เพื่อทำงานหรือ ทำธุรกิจ
    ทั้งนี้รวมทั้งคนตาบอดด้วย    พาหนะที่สำคัญที่ซึ่งใช้กันเป็นส่วนใหญ่   คือรถโดยสารประจำทาง
    สำหรับคนทั่วไปนั้น การขึ้นรถโดยสารประจำทางเป็นเรื่องปกติธรรมดาแต่สำหรับ 
    คนตาบอดจำเป็นที่จะต้องมีวิธีการของตนเอง    ซึ่งจะต้องได้รับการฝึกฝนมาโดยเฉพาะ 
    เพื่อให้สามารถขึ้น – ลงรถได้อย่างคล่องตัวปลอดภัย และไม่เกะกะหรือสร้างความรำคาญ
    ให้แก่ผู้โดยสารคนอื่น    จึงควรยึดหลักดังต่อไปนี้
  1. เมื่อรถหยุดสนิท ผู้นำทางรีบนำไปที่ประตูรถ ถ้ามีผู้โดยสารขึ้นน้อยให้ 
    ผู้นำทางขึ้นบันไดรถได้เลย แต่ถ้ามีผู้โดยสารขึ้นมากผู้นำทางควรนำทางคนตาบอดไปจับที่ราว
ู    ขอบประตูแล้วยืนคอยหลังจากที่ผู้โดย สารอื่นลงจากรถแล้วจึงบอกให้ขึ้นรถ 
  2. เมื่ออยู่บนรถแล้ว ผู้นำทางนำไปนั่งหรือจับราวโหนในที่ที่สะดวกที่สุด 
   ถ้าจับราวโหนไม่ถึงให้จับราวหลังพนักที่นั่ง
  3. เมื่อจะลงจากรถ ผู้นำทาง นำคนตาบอดมาจับเสาหรือราวโหนที่อยู่ใกล้
    ประตูลงเมื่อรถจอดสนิทแล้ว ผู้นำทางเดินนำก่อน แล้วให้คนตาบอดลงตาม
11. การโดยสารรถยนต์ส่วนตัวหรือรถแท็กซี่ การขึ้นรถ
เมื่อรถหยุดสนิทแล้วผู้นำทางนำคนตาบอดไปที่ประตูรถเมื่อเปิดประตูให้แล้ว 
    ผู้นำทางจับมือคนตาบอดไป  จับที่ขอบหลังคารถคนตาบอดหันเข้าข้างไปชิดรถหย่อนก้นลงนั่ง
    ปล่อยมือที่จับหลังคารถ กระเถิบเข้าไปด้านใน แล้วยกเท้าวางให้พ้นขอบประตู เอื้อมมือไป
    จับที่ปิดประตูรถ  แล้วดึงประตูปิดให้เรียบร้อย การลงรถ เมื่อรถหยุดสนิทแล้วถ้าคนตาบอด
    นั่งอยู่ชิดขอบประตูซ้าย  ให้คนตาบอดเปิดประตูลงเอง    โดยเมื่อเปิดประตูแล้วหย่อนเท้าลง
    ที่พื้นก่อนและเอื้อมมือจับขอบหลังคาแล้วลุกขึ้น    โดยขยับถอยออกจากประตูไปด้านหลัง
    ของรถเล็กน้อยแล้วปิดประตู   แล้วถ้าผู้นำทางอยู่ใกล้ประตูด้านซ้ายผู้นำทางจะเปิดประตูเอง
ู    และลงไปก่อนแล้วให้คนตาบอดเขยิบมาชิดประตูด้านซ้ายแล้วจึงลงตามวิธีการลงที่กล่าวไว้
    ข้างต้น 
    12. การลง – ขึ้นเรื่อโดยสารข้ามฟาก
การลงเรือ
    เมื่อเรือจอดเทียบท่าสนิทแล้วผู้นำทางพาคนตาบอดไปใกล้เรือจับมือคนตาบอดไป
    จับที่ขอบหลังคาเรือหรือเสาเรือตามโอกาส แล้วบอกให้คนตาบอดยื่นเท้าไปแตะที่ขอบบน
   ของกาบเรือให้ได้เสียก่อนเพื่อให้รู้ตำแหน่งที่จะวางเท้า  แล้วจึงก้าวไปยืนเพื่อก้าวเท้าลงเรือตาม
    ผู้นำทางการขึ้นจากเรือเมื่อเรือจอดที่ท่าสนิทแล้วผู้นำทางหาคนอื่นยืนชิดกาบเรือด้านที่
    เทียบกับท่าจับมือคนตาบอดไปจับที่ขอบหลังคาเรือหรือเสาเรือแล้วแต่โอกาส    แล้วให้คน
    ตาบอดก้าวออกมายืนบนขอบบนของกาบเรือข้างผู้นำทางแล้วก้าวขึ้นจากเรือตามผู้นำทาง 
13. การใช้ลิฟท์ 
ในกรณีที่คนตาบอดเดินทางกับผู้นำทาง   ข้อควรปฏิบัติของผู้นำทางในการนำทาง
    คนตาบอดเพื่อใช้ลิฟท์   มีดังนี้ 
 1. ผู้นำทางนำทางคนตาบอด โดยวิธีการจับข้อศอกไปยังหน้าลิฟท์ 
 2. ผู้นำทางสอบถามคนตาบอดถึงจุดมุ่งหมายว่าจะไปชั้นใด จะขึ้นชั้นบนหรือ
ลงชั้นล่างแล้วกดปุ่มเรียกลิฟท์ให้คนตาบอด 
 3. เมื่อลิฟท์เดินทางมาถึง ในกรณีที่มีเสียงสัญญาณบอก ให้ผู้นำทางแจ้งให้
    คนตาบอดทราบด้วยว่าเสียงสัญญาณดังกล่าวเป็นเสียงสัญญาณที่บอกว่าลิฟท์ได้เดินทางมาถึง
    ชั้นที่คนตาบอดอยู่แล้ว 
 4. เมื่อประตูลิฟท์เปิดออก ให้ผู้นำทางสังเกตว่ามีตัวลิฟท์อยู่หลังประตูจริง 
    หรือไม่แล้วจึงนำคนตาบอดเข้าไปในลิฟท์ โดยให้คนตาบอดเข้าลิฟท์ก่อน แล้วผู้นำทางค่อยเดิน
    ตามเข้าไป
 5. เมื่อประตูลิฟท์ปิดให้ผู้นำทางบอกถึงด้านและตำแหน่งของปุ่มกดในลิฟท์
    เพื่อเลือกชั้น   แล้วจึงถามคนตาบอดว่าประสงค์จะไปชั้นใดแล้วจึงกดชั้นนั้นให้คนตาบอด
 6. เมื่อถึงชั้นที่คนตาบอดประสงค์จะไปแล้วลิฟท์เปิดออกให้ผู้นำทางบอกให้
    คนตาบอดออกจากลิฟท์ก่อนแล้วผู้นำทางจึงค่อยเดินตามออกมา
    14. บันไดเลื่อน 
ในกรณีที่คนตาบอดเดินทางกับผู้นำทาง ข้อปฏิบัติของผู้นำทางในการนำทาง 
    คนตาบอดขึ้นหรือลงบันไดเลื่อน   มีดังนี้ 
    1. ให้ผู้นำทางนำทางคนตาบอดไปยังบันไดเลื่อน อาจจะเป็นบันไดเลื่อนขึ้น
    หรือลงก็ได้ตามความประสงค์ของคนตาบอดผู้นั้น 
    2. ก่อนจะก้าวขึ้นบันไดเลื่อนให้ผู้นำทางเตือนคนตาบอดว่าอีกกี่ก้าวจะถึง
    บันไดเลื่อน 
    3. เมื่อถึงบันไดเลื่อนให้ผู้นำทางนำมือของคนตาบอดที่จับข้อศอกผู้นำทาง 
    อยู่ไปจับราวบันไดเลื่อนพร้อมกันกับให้คนตาบอดก้าวขึ้นบันไดเลื่อน
    4. เมื่อคนตาบอดก้าวขึ้นบันไดเลื่อนแล้วให้ผู้นำทางเดินทางขึ้นไปแล้วยืนอยู่
    ที่ขั้นบันไดใกล้กับคนตาบอดผู้นั้น 
    5. เมื่อใกล้ถึงสุดบันไดให้ผู้นำทางเตือนให้คนตาบอดทราบ 
    6. เมื่อถึงสุดบันไดให้ผู้นำทางบอกคนตาบอดก้าวไปพร้อมๆกับผู้นำทาง