เรียบเรียงโดย สมเกียรติ  เอี่ยมสะอาด
 
http://www.ser01.com/page/wichakan_blind.htm
 
 ความเป็นมา
 
ทุกวันนี้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และการสื่อสาร (ICT) ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการอำนวยความสะดวก  รวมทั้งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำกิจกรรมต่างๆให้แก่คนในสังคมเป็นอย่างมากซึ่งก็รวมถึงการสร้างประโยชน์ในด้านต่างๆ ให้แก่คนตาบอดด้วยเช่นกันเช่น การใช้ ICT เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตหนังสืออักษรเบรลล์การประยุกต์ใช้ในอุปกรณ์นำทางรวมทั้งการอำนวยความสะดวกให้คนตาบอดสามารถใช้คอมพิวเตอร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งประโยชน์ประการหลังนี้ได้ช่วยเปิดโลกแห่งการเรียนรู้   การติดต่อสื่อสาร การประกอบอาชีพและการพักผ่อนหย่อนใจของคนตาบอดให้กว้างไกลในลักษณะที่เท่าเทียม  และเชื่อมโยงเป็นหนึ่งเดียวกับบุคคลทั่วไป
 
คนตาบอดใช้คอมพิวเตอร์ได้อย่างไร
เมื่อกล่าวถึงการใช้งานคอมพิวเตอร์ไม่ว่าจะโดยผู้ใดก็ตามนั่นหมายถึงการทำงานกับคอมพิวเตอร์ใน  2  องค์ประกอบหลัก  ได้แก่ 
 
- การอ่าน   หรือการรับรู้ข้อมูลที่ปรากฏบนหน้าจอ   หรือปรากฏบนอุปกรณ์ต่อเชื่อมอื่น ๆ
- ป้อนคำสั่งหรือข้อมูลเข้าเครื่องโดยผ่านทางแป้นพิมพ์หรือ Pointing Device  เช่น Mouse แม้การมองไม่เห็นตำแหน่งต่าง ๆ บนหน้าจอจะทำให้เกิดอุปสรรค ในการใช้ Pointing Device   แต่คนตาบอดก็สามารถใช้การป้อนข้อมูลหรือคำสั่งผ่านทางแป้นพิมพ์ได้ โดยจะใช้การพิมพ์แบบสัมผัส(การจดจำตำแหน่งของแป้นพิมพ์) สำหรับแป้นพิมพ์ที่ใช้ก็เป็นแป้นพิมพ์ปกติของคอมพิวเตอร์ โดยไม่ต้องมีการออกแบบเพิ่มเติมหรือปรับปรุงให้มีลักษณะเฉพาะแต่อย่างใด แต่ปัญหาสำคัญมักอยู่ที่การอ่านหรือการรับรู้ข้อมูลที่เครื่องแสดงผ่านหน้าจอ  
 
อย่างไรก็ตามปัญหาดังกล่าวนี้ได้รับการแก้ไขในสามแนวทางหลัก ๆ ได้แก่ 
  1. การใช้ Software ที่ช่วยให้คอมพิวเตอร์แสดงผลเป็นเสียงพูดโดยเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างโปรแกรมอ่านจอภาพ (Screen Reader Software) ซึ่งทำหน้าที่คล้ายกับตาของมนุษย์ในการตรวจจับข้อมูลที่เครื่องแสดงออกมาที่หน้าจอ แล้วเชื่อมต่อไปยัง Speech Software ซึ่งทำหน้าที่เหมือนอวัยวะในระบบการเปล่งเสียง  คนตาบอดก็จะรับทราบข้อมูลได้จากการได้ยินแทนการอ่านหน้าจอ ในปัจจุบันนี้ได้มีการพัฒนา Screen Reader Software ให้มีความสามารถเพิ่มมากขึ้นในการวิเคราะห์รูปแบบการอ่านให้เหมาะสม และสอดคล้องกับประเภทของข้อมูล และรูปแบบของการนำเสนอ   เช่น  การอ่านข้อมูลในลักษณะที่นำเสนอในรูปแบบของตาราง ในขณะที่ Speech  Softwareก็ได้รับการพัฒนาให้สามารถเปล่งเสียงชัดเจน และถูกต้องมากขึ้นเช่นกัน
 
2. การใช้อุปกรณ์และ Software แสดงผลเป็นอักษรเบรลล์โดยประกอบด้วย Braille  translator Softwareซึ่งทำหน้าที่แปลงรหัสข้อมูลจากอักษรตัวพิมพ์ (print)  เป็นรหัสอักษรเบรลล์แล้วส่งไปแสดงผลที่เครื่องแสดงผลอักษรเบรลล์(Refreshable Braille 
Display) ทำให้คนตาบอดรับรู้ข้อมูลได้จากการอ่านอักษรเบรลล์ แทนการอ่านจากหน้าจอ 
 
  3. การใช้ Software ขยายจอภาพ Screen Magnification Software  โดยจะช่วยขยายตัวอักษรตลอดจนรูปภาพและสัญลักษณ์ต่างๆ   ที่ปรากฏบนหน้าจอให้ใหญ่ขึ้นตามขนาดที่ผู้ใช้ต้องการ  รวมทั้งมีฟังชันก์ ที่ให้ผู้ใช้สามารถปรับสีของพื้นผิวหน้าจอ   ตลอดจนสีของตัวอักษร  และสัญลักษณ์ต่างๆให้มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน (Contrast)   ลักษณะเช่นนี้จะทำให้คนตาบอดกลุ่มที่เป็นผู้มีสายตาเลือนรางสามารถอ่านข้อมูลจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ได้โดยสะดวก 
  
   “ ตาทิพย์ ” โปรแกรมที่ทำให้คอมพิวเตอร์พูดภาษาไทย
 โปรแกรมตาทิพย์เป็นโปรแกรมสังเคราะห์เสียงภาษาไทย (Thai text to Speech) โดยเมื่อใช้โปรแกรมดังกล่าวร่วมกับโปรแกรมอ่านจอภาพของต่างประเทศ  (Screen Reader  Software)  จะทำให้คอมพิวเตอร์แสดงผลทุกอย่างบนหน้าจอเป็นเสียงพูดภาษาไทยควบคู่กันไปด้วยโปรแกรมดังกล่าวนี้   นอกจากจะช่วยให้คนตาบอดสามารถใช้งานคอมพิวเตอร์ด้วย ตนเองได้อย่างสะดวก และได้รับประโยชน์ในด้านต่าง ๆ จากคอมพิวเตอร์เช่นเดียวกับบุคคลทั่วไปแล้ว ยังจะช่วยเอื้อประโยชน์ในด้านการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร   ผ่านระบบเทคโนโลยีีสารสนเทศให้แก่ผู้ที่มีปัญหาด้านการอ่าน  เช่น  ผู้สูงอายุที่มีสายตาฝ้าฟางและอื่น ๆ  ทั่วประเทศจำนวนกว่า 6 ล้านคน 
 
  โปรแกรมตาทิพย์ เป็นผลงานวิจัยของ นายพุฒิพันธุ์ พลยานันท์ นักวิจัยและพัฒนา Software อดีตแชมป์เหรียญเงินคอมพิวเตอร์โอลิมปิก ปี 2540 ณ ประเทศแอฟริกาใต้   โดยได้รับทุนสนับสนุนการวิจัยจากกองทุนเพื่อการพัฒนาเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ภาษาไทย  สำหรับคนตาบอด   มูลนิธิราชสุดา กองทุนเพื่อการพัฒนาเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ภาษาไทยสำหรับคนตาบอดมูลนิธิราชสุดาก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2544 จากการที่   บริษัท ทีโอที. คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ได้ทูลเกล้าฯ   ถวายเงินจำนวน 20 ล้านบาท   แด่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี เพื่อทรงจัดตั้งเป็นกองทุนสำหรับสนับสนุนการวิจัยและพัฒนา Hardwareและ Softwareตลอดจนจัดกิจกรรมรณรงค์เผยแพร่ในด้านต่างๆ เพื่อให้คนตาบอดไทย
สามารถใช้ประโยชน์จากคอมพิวเตอร์   และเทคโนโลยีสารสนเทศทั้งเพื่อการศึกษาหาความรู้ การประกอบอาชีพ การติดต่อสื่อสาร   และ การพักผ่อนหย่อนใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ   เช่นเดียวกับบุคคลทั่วไป  โปรแกรมตาทิพย์นับเป็นผลงานวิจัยในลำดับแรกภายใต้การสนับสนุนของกองทุนฯ 
ยังมีแผนที่จะให้การสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาโปรแกรมต่าง ๆ เช่น  โปรแกรมแปลงอักษรเบรลล์ เป็นอักษรตัวพิมพ์ปกติ (Thai Braille Translation Software) โปรแกรมอ่านจอภาพภาษาไทย (Thai  Screen Reader Software)โปรแกรม Thai OCR โปรแกรมผลิตหนังสือ
Multimedia และอื่น ๆ 
 
   ข้อแนะนำในการพัฒนา Software เพื่อให้คนตาบอดสามารถใช้ได้โดยสะดวก
 
ในความเป็นจริงนั้นนอกเหนือจากความจำเป็นที่คนตาบอดจะต้องใช้   Software  และ  Hardware ซึ่งอำนวยความสะดวกให้สามารถอ่านและรับรู้ข้อมูลจากหน้าจอได้แล้วนั้นคนตาบอด   แต่ละคนหรือแต่ละกลุ่มยังต้องการใช้งาน Software อื่น ๆ เพื่อวัตถุประสงค์ต่าง ๆเช่น  Software  Word Processor สำหรับทำงานเอกสาร Software ด้านการสื่อสารสำหรับการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร   รวมทั้งSoftware   เพื่อการศึกษาหาความรู้  การประกอบอาชีพความบันเทิงและอื่น ๆดังนั้นองค์ประกอบสำคัญอีกประการหนึ่งที่จะช่วยให้คนตาบอด สามารถใช้ประโยชน์จากคอมพิวเตอร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพก็คือ การออกแบบ Softwareต่าง ๆ ในลักษณะที่ Screen Reader  Software , Screen Magnification และ Braille Translator Software จะสามารถเข้าไปทำงานด้วยได้โดยมีข้อแนะนำในเบื้องต้นดังนี้
 
1. ออกแบบ User Interface ของ Software ให้เป็นมาตรฐานและมีความคงเส้นคงวา ตลอดทั้งโปรแกรม ซึ่งนอกจากจะทำให้สามารถเชื่อมต่อกับ Software อื่น ๆ ได้โดยง่ายแล้วยังช่วยให้ผู้ใช้สามารถเรียนรู้การทำงานของ Software ได้โดยสะดวกอีกด้วย   ในการกำหนดสัญลักษณ์ต่าง ๆ  เพื่อแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับการใช้งานและการควบคุมการทำงานของ software ควรกำหนดเป็น  Toolbar , Menu , Cursor และ Dialog ซึ่ง Screen Reader Software รวมทั้งระบบอำนวยความสะดวกต่าง ๆ จะคุ้นเคยกับสัญลักษณ์เหล่านี้อยู่แล้ว
2. ออกแบบให้ User Interfaceมีความยืดหยุ่นโดยให้ผู้ใช้สามารถปรับเปลี่ยน  User  Interface ให้เหมาะกับความต้องการของตนได้   เช่น   ปรับสี ขนาดของ Font รูปแบบของ Cursor  การปรับเสียงและอื่น ๆ
3. ออกแบบให้ผู้ใช้สามารถใช้แป้นพิมพ์ควบคุมการทำงานของ Softwareได้ทั้งหมดเทียบเท่ากับการควบคุมโดย Pointing Device อื่น ๆ  ทั้งนี้โดยเริ่มตั้งแต่การใช้แป้นพิมพ์ควบคุมการติดตั้ง  Software 
4. มีข้อความอธิบายกำกับในส่วนที่เป็น Graphics และ Icons ทุกส่วน  ซึ่งจะทำให้Screen Reader Software และระบบอำนวยความสะดวกต่าง ๆ สามารถถ่ายทอดข้อมูลเหล่านั้นให้ผู้ใช้ที่เป็นคนตาบอดรับรู้ได้   ขณะเดียวกันคำอธิบายเหล่านี้ก็จะช่วยให้ผู้ใช้ที่มีสายตาปกติ
สามารถเรียนรู้และจดจำ Graphics ตลอดจน Icons นั้น ๆ ได้โดยง่ายอีกด้วย 
5. แสดง Application Focusโดยใช้  Operating-System-Supplied Toolsเช่น  System  Caret  Screen Reader Software และระบบอำนวยความสะดวกต่าง ๆ  จะต้องทำงานเชื่อมต่อกับ Keyboard  Focus ได้ตลอดเวลา 
6. ไม่ควรออกแบบโดยกำหนดให้สี เป็นตัวแปรเพียงอย่างเดียวในการสื่อความเข้าใจและข้อมูลเกี่ยวกับการใช้งาน Software เพราะมีผู้ใช้บางกลุ่มที่ไม่สามารถแยกแยะความแตกต่างของสี หรือมีอุปสรรคเกี่ยวกับการรับรู้ข้อมูลเรื่องสี   ซึ่งก็จะทำให้ผู้ใช้เหล่านี้ไม่สามารถใช้ Software นั้นๆ ได้ ในจุดนี้การเปิดกว้างให้ผู้ใช้สามารถปรับเปลี่ยน User Interface ได้ตามความสะดวกของผู้ใช้งานแต่ละคนจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง
7. ไม่ควรออกแบบให้มีการจำกัดเวลา  ในการป้อนคำสั่งหรือป้อนข้อมูลเพราะผู้ใช้จำนวนไม่น้อยที่ยังใช้คอมพิวเตอร์ไม่คล่อง หรือผู้ใช้ที่ต้องการเวลาในการทำความเข้าใจ คำแนะนำ หรือคำอธิบายต่าง ๆ ที่ Software แสดงขึ้นมา 
8. ข้อแนะนำทั้ง 7 ข้อข้างต้นควรได้รับการพิจารณาในการออกแบบ  Software   ทุกขั้นตอนและควรเกิดผลในทางปฏิบัติต่อผู้ใช้ตั้งแต่ขั้นตอนของการติดตั้ง   Software การปรับค่าต่างๆ   ในการใช้งาน และในทุก ๆ   คำสั่งของการใช้งาน Software