เนื้อหาหลัก

นาย อวิรุทธ์ ฉัตรมาลาทอง
สาขาวิชาการศึกษานอกระบบโรงเรียน  ภาควิชาการศึกษาตลอดชีวิต คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย                                                       ปีการศึกษา 2555
 
 
ประเทศไทยได้ตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาระบบการศึกษาที่เชื่อมโยงการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัยให้ต่อเนื่องสัมพันธ์กันในรูปแบบของการศึกษาตลอดชีวิต (สุวิธิดา จรุงเกียรติกุล, 2554) ซึ่งการพัฒนาและส่งเสริมการศึกษาตลอดชีวิต มีส่วนช่วยแก้ไขปัญหาคุณภาพชีวิต เป็นต้น เนื่องจากในประเทศไทยมีผู้ที่อยู่นอกระบบโรงเรียน ขาดโอกาสทางการศึกษา ตกอยู่ในสภาวะปัญหาดังกล่าวอยู่เป็นจำนวนมากการส่งเสริมการศึกษาจึงมีความสำคัญยิ่งต่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของประเทศ โดยเชื่อว่า มนุษย์เป็นทุนทางสังคมที่มีคุณค่า หากได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างเสมอภาคเท่าเทียม ในทิศทางที่ถูกต้องตามศักยภาพแล้วย่อมจะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้าได้
 
คนพิการเป็นบุคคลสำคัญกลุ่มหนึ่งในสังคม ที่มีบทบาทสำคัญในฐานะทรัพยากรมนุษย์ผู้ขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจ สังคมเพื่อให้ประเทศชาติเกิดความเจริญก้าวหน้าเช่นเดียวคนปกติทุกคน หากคนพิการได้รับการพัฒนาศักยภาพโดยการ ฟื้นฟูสมรรถภาพ มีการศึกษา การฝึกและพัฒนาอาชีพอย่างมีประสิทธิภาพจนกระทั่งสามารถประกอบอาชีพ ได้รับการจ้างงานจากตลาดแรงงาน  ซึ่งการมอบโอกาสให้คนพิการได้พัฒนาศักยภาพดังกล่าว จึงเป็นกลไกสำคัญที่ส่งเสริมให้คนพิการ มีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น อยู่ร่วมกับทุกคนในสังคมได้อย่างมีคุณค่า มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี สู่การเป็นทรัพยากรมนุษย์ที่สำคัญของประเทศเช่นเดียวกับคนปกติทั่วไป เพราะปัจจุบันมีคนพิการเป็นจำนวนไม่น้อยที่ร่วมเป็นกำลังแรงงานในระบบเศรษฐกิจและสร้างคุณประโยชน์ต่อสังคมทั่วทุกระดับ (องค์การแรงงานระหว่างประเทศ, 2553)
 
จากการศึกษาสถานการณ์ของคนพิการในปัจจุบันโดยสำนักงานสถิติแห่งชาติได้จัดทำโครงการสำรวจความพิการ (สคพ.) พ.ศ.2550 จากผลสำรวจพบว่า ประเทศไทยมีประชากรที่เป็นผู้พิการประมาณ 1.9 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 2.9 ของประชากรทั้งประเทศ โดยมีจำนวนเพิ่มขึ้นจากปี พ.ศ.2545 ที่มีการสำรวจไว้ถึง 8 แสนคน ซึ่งผลสำรวจดังกล่าวนั้นชี้ให้เห็นว่าประชากรคนพิการมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น (สำนักงานสถิติแห่งชาติ, 2550) โดยการศึกษาจากขอบเขตพื้นที่ในเขตภาคกลาง จากการศึกษาข้อมูลทะเบียนกลางคนพิการของสำนักงานในเดือนกุมภาพันธ์ปี พ.ศ. 2556 พบว่า คนพิการในเขตภาคกลางมีจำนวน 182,882 คน (สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ, 2556) ซึ่งจากการศึกษาพบว่า คนพิการในเขตภาคกลางต้องเผชิญกับปัญหาการไม่มีงานทำ หรือถึงแม้ว่ามีงานทำก็มีรายได้ต่ำมากเฉลี่ย 4,000 บาทต่อเดือน จากการสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติในกลุ่มประชากรที่พิการอายุตั้งแต่ 15ปีขึ้นไปในเขตภาคกลางจำนวน 369,207 คน มีคนพิการที่ไม่ได้ทำงานเลยจำนวน 256,230 คน (ร้อยละ 69.4) โดยเขตภาคกลางนี้เป็นเขตที่มีคนพิการไม่ได้ทำงานมากที่สุดของประเทศ มีคนพิการที่มีงานทำเพียง 112,977 คน (ร้อยละ 30.6) เท่านั้น และคนพิการที่มีงานทำในเขตภาคกลางส่วนใหญ่จะประกอบอาชีพขั้นพื้นฐาน การขาย การให้บริการ และเป็นผู้ใช้แรงงานเป็นจำนวนกว่า 22,000 คน (สำนักงานสถิติแห่งชาติ, 2550) จากข้อมูลจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าคนพิการในเขตภาคกลางส่วนใหญ่ยังไม่ได้รับการจ้างงานเท่าที่ควร รวมถึงยังขาดศักยภาพในการปฏิบัติงานที่สอดคล้องและเหมาะสมกับตลาดแรงงาน เนื่องจากอาชีพที่คนพิการในเขตภาคกลางทำส่วนใหญ่เป็นอาชีพที่ไม่ได้นำทักษะมาใช้ในการปฏิบัติงานเน้นการใช้แรงงานเป็นสำคัญ แต่ในความเป็นจริงเมื่อศึกษาข้อมูลภาวะความต้องการของตลาดแรงงานกลับพบว่า ภาคกลางเป็นเขตพื้นที่ที่มีความต้องการในการจ้างงานมากที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับภาคอื่นๆของประเทศไทย (กองวิจัยตลาดแรงงาน, 2556) ข้อมูลดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าคนพิการวัยแรงงานในเขตภาคกลางล้วนแล้วแต่มีโอกาสเป็นอย่างมากสำหรับการได้รับการจ้างงานจากตลาดแรงงาน เพียงแต่กระบวนการจัดฝึกและพัฒนาอาชีพที่เป็นอยู่ในปัจจุบันยังส่งเสริมศักยภาพแรงงานคนพิการได้ไม่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน
 
การส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการศึกษา รวมถึงการจัดฝึกและพัฒนาอาชีพสำหรับคนพิการเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนพิการให้เพิ่มขึ้น สามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมอย่างปกติสุขอย่างแท้จริง ซึ่งการบริการจัดฝึกและพัฒนาอาชีพให้แก่คนพิการวัยแรงงาน คือ ลักษณะของการฝึกอบรมงานวิชาชีพ และการเตรียมความพร้อมในการทำงาน โดยรูปแบบของการจัดการศึกษาวิชาชีพในโรงเรียนหรือสถาบันฝึกอาชีพที่จัดขึ้นเฉพาะสำหรับคนพิการ โดยอยู่ภายใต้การบริหารจัดการของหน่วยงานทั้งภาครัฐ และเอกชน เพื่อส่งเสริมทักษะ ความรู้ ความสามารถในการปฏิบัติงานตามความสามารถ ความเหมาะสมต่อสภาพความบกพร่องของคนพิการ ตลอดจนการเตรียมความพร้อมให้แก่คนพิการก่อนการประกอบอาชีพในสถานประกอบการ หรือการประกอบอาชีพอิสระเพื่อให้คนพิการสามารถพึ่งพาตนเอง มีรายได้หาเลี้ยงชีพ ครอบครัว และสามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างภาคภูมิ (ขนิษฐา เทวินทรภักติ, 2541)
 
ปัญหาและความต้องการหลักที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของผู้พิการนั้นได้แก่ ด้านการแพทย์ การศึกษา ด้านอาชีพ และด้านสังคม ซึ่งคนพิการจำเป็นต้องได้รับการแก้ไขปัญหาต่างๆดังกล่าว แล้วสำหรับปัญหาและความต้องการในด้านอาชีพนั้นสามารถพบว่า คนพิการมีความต้องการในด้านอาชีพเป็นอย่างมาก เนื่องจากคนพิการที่มิได้มีความบกพร่องพิการมากจนไม่สามารถทำอะไรได้ ส่วนใหญ่แล้วมีความต้องการที่จะพึ่งพาตนเอง มีรายได้เป็นของตนเอง ไม่ต้องการเป็นภาระของครอบครัว แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นคือ ทัศนคติของสังคมที่มีต่อคนพิการนั้นยังไม่เปิดโอกาสให้กับคนพิการได้แสดงความสามารถ รวมถึงคนพิการเองขาดความรู้ ความชำนาญ ทักษะที่ใช้ในการทำงาน จึงเป็นเรื่องยากที่คนพิการจะมีงานทำ โดยอุปสรรคอื่นๆในการประกอบอาชีพของคนพิการที่ส่งผลให้สิทธิการหางานและการมีงานทำของคนพิการมีน้อยกว่าคนปกติทั่วไปนั้นเนื่องมาจากสาเหตุต่างๆดังนี้ (พวงแก้ว กิจธรรม, ม.ป.ป.) 1) กฎหมายการจ้างงานขององค์กรต่างๆส่วนใหญ่มักจะระบุว่า ไม่รับคนพิการหรือคนทุพพลภาพเข้าทำงานโดยเฉพาะในหน่วยงานราชการ 2) เจตคติต่อคนพิการ คนพิการส่วนใหญ่ถูกมองว่าเป็นคนที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้และไม่สามารถทำงานได้เนื่องจากมีความบกพร่องทางร่างกาย 3) สภาพแวดล้อมในสังคมไม่เอื้ออำนวยต่อการดำรงชีวิตของคนพิการ เช่น สถานที่ทำงาน ห้องน้ำ บริการสาธารณะ ระบบขนส่งมวลชน
 
ดังนั้นทุกภาคส่วนในสังคมจึงควรตระหนักถึงปัญหาและอุปสรรคที่คนพิการเผชิญอยู่ทั้งในด้านการฝึกและพัฒนาอาชีพ การมีงานทำของคนพิการ เนื่องจากคนพิการเป็นบุคคลที่มีคุณค่าอย่างยิ่งในฐานะของทรัพยากรมนุษย์ที่สำคัญเพื่อขับเคลื่อนประเทศเช่นเดียวกับคนปกติทั่วไป ดังนั้นทั้งในระดับนานาชาติ และในระดับประเทศ จึงได้ออกกฎหมายเพื่อให้การส่งเสริม สนับสนุนการพัฒนาศักยภาพและการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนพิการ ดังที่ อนุสัญญาแรงงานระหว่างประเทศ ฉบับที่ 159 ว่าด้วยการฟื้นฟูอาชีพและการจ้างงานคนพิการ พ.ศ.2526 องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ซึ่งประเทศไทยเป็นสมาชิก ได้มีบทบัญญัติว่า รัฐควรมีมาตรการส่งเสริมการฟื้นฟูอาชีพ และการจ้างงงานให้กับคนพิการทุกประเภท คุ้มครองและจัดสวัสดิการให้แก่คนพิการ รวมถึงการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง การฝึกอบรมบุคลากรที่เป็นคนพิการให้มีความรู้ ความเข้าใจในการปฏิบัติงานเพื่อส่งเสริมให้คนพิการสามารถดำรงชีวิตในสังคมได้อย่างปกติ (ILO, 1983)
 
ผู้วิจัยจึงทำการศึกษา “การพัฒนาข้อเสนอแนะเชิงนโยบายการฝึกและพัฒนาอาชีพเพื่อส่งเสริมศักยภาพแรงงานคนพิการไทยในเขตภาคกลาง”  อันจะนำไปสู่การส่งเสริมศักยภาพของคนพิการวัยแรงงานในเขภาคกลางโดยเฉพาะในด้านทักษะในการปฏิบัติงาน โดยมีความสอดคล้องกับสภาพ ปัญหาของหน่วยงานให้บริการฝึกอาชีพคนพิการในเขตภาคกลางที่เผชิญอยู่ และความต้องการของตลาดแรงงาน มีความเหมาะสมตรงตามลักษณะเฉพาะของคนพิการแต่ละประเภท เพื่อส่งเสริมให้คนพิการสามารถเป็นทรัพยากรมนุษย์ที่สำคัญขององค์กรภาคธุรกิจ เปิดโอกาสให้คนพิการได้รับการพัฒนาศักยภาพในการทำงานเท่าเทียมกับคนปกติทั่วไป  และผลการวิจัยที่ได้จากการพัฒนาแนวทางการฝึกและพัฒนาอาชีพเพื่อส่งเสริมศักยภาพแรงงานคนพิการไทยในเขตภาคกลาง สามารถใช้เป็นแผนการดำเนินงานของหน่วยงานให้บริการฝึกอาชีพคนพิการเพื่อเสริมสร้างกระบวนการในการฝึกและพัฒนาอาชีพคนพิการอย่างมีคุณภาพ ยิ่งไปกว่านั้นแนวทางการฝึกและพัฒนาอาชีพเพื่อส่งเสริมศักยภาพแรงงานคนพิการไทยในเขตภาคกลางที่พัฒนาขึ้นนี้สามารถขยายผลสู่การพัฒนาเป็นข้อเสนอแนะเชิงนโยบายของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับคนพิการ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมต่างๆ โดยการนำมาผนวกเข้ากับทรัพยากรที่มีอยู่นั้นมาใช้เพื่อส่งเสริมศักยภาพแรงงานให้แก่คนพิการอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลสืบต่อไป
 
Attachments:
Download this file (job-research.docx)job-research.docx[ ]564 kB

บทความและงานวิจัยดังกล่าวที่ปรากฎในเว็บไซต์ได้รวบรวมในลักษณะ web portal โดยระบบอัตโนมัติ เพื่อประโยชน์ต่อผู้พิการสามารถค้นหาข้อมูลได้ง่าย โดยรวบรวมจากหน่วยงานต่างๆ เช่น สถาบันวิศวกรรมฟื้นฟูสมรรถภาพและเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวก Eduzones.com ส่วนสื่อการศึกษาเพื่อคนพิการ สมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย มูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์ มูลนิธิอนุเคราะห์คนหูหนวกในพระบรมราชินูปถัมภ์ ศูนย์สิรินธรเพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์แห่งชาติ ศูนย์สาธิตอุปกรณ์และบริการโทรคมนาคมสำหรับคนพิการและผู้สูงอายุ เป็นต้น เนื้อหาที่รวบรวมมาเป็นลิขสิทธิ์ของเจ้าของหน่วยงานนั้น