เนื้อหาหลัก

อุปกรณ์ช่วยการอ่าน (Reading Aids)


เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการอ่านให้แก่นักเรียนพิการที่มีความยากลำบากในการอ่านที่มีทักษะพื้นฐานการอ่านคำและประโยคไม่ดีมีปัญหาในการรับรู้ข้อมูลสื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ ผ่านการมองอาจทำให้มีความยากลำบากในการสะกดคำ การตัดคำหรือบางคนอาจเห็นตัวหนังสือหัวกลับ เป็นต้น เช่นนักเรียนที่มีความบกพร่องทางสติปัญญานักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ เป็นต้น อุปกรณ์เทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกช่วยในการอ่าน เช่น


คลิ๊ก ที่นี่ เพื่อดูรายละเอียดเพิ่มเติม

 

สาระน่ารู้ (Benefit) ภาวะปัญญาอ่อนที่ป้องกันได้
 

ปัญญาอ่อน  หมายถึง การมีระดับสติปัญญาต่ำกว่าปกติ   ผู้ที่มีความผิดปกติชนิดนี้จะมีพัฒนาการล่าช้าตั้งแต่วัยเด็ก ทั้งทางร่างกาย อารมณ์ จิตใจและสติปัญญา อาจเกิดจากสาเหตุภายนอก เช่น ติดเชื้อในครรภ์มารดา การเสียหายของเนื้อสมอง และโรคพีเคยู (phenylketonuria, PKU) ซึ่งเป็นโรคเกิดจากพันธุกรรมหรืออาจไม่พบสาเหตุใดๆ  
เลยก็ได้  การวินิจฉัยไม่ควรเคร่งครัดในเรื่องตัวเลขของระดับเชาวน์ปัญญามากเกินไป

   ระดับเชาวน์ปัญญาแบ่งออก ดังนี้

ปัญญาอ่อนระดับน้อย (moron) ไอคิว (I.Q.) ๕๐-๗๐
ปัญญาอ่อนปานกลาง (imbecile) ไอคิว(I.Q.) ๓๕-๔๙
ปัญญาอ่อนมาก (fevere) ไอคิว (I.Q.) ๒๐-๓๔
ปัญญาอ่อนรุนแรง (idiocy)ไอคิว (I.Q.) ต่ำกว่า ๐-๒๐

   ภาวะปัญญาอ่อนที่ป้องกันได้

ภาวะปัญญาอ่อนที่เกิดจากสาเหตุอื่นๆ ที่มิใช่กรรมพันธุ์ สามารถป้องกันมิให้เกิดขึ้นได้ 
สาเหตุเหล่านั้น ได้แก่
          ๑. การติดเชื้อ เชื้อบางชนิด เช่น ซิฟิลิส หัดเยอรมัน ถ้ามารดาติดเชื้อนี้ในระยะสาม
เดือนแรกของการตั้งครรภ์ควรรีบไปรับการรักษาจากแพทย์
          ๒. สารเสพติดในฝิ่น  กัญชา  ยานอนหลับ  เหล้า  บุหรี่ และยาบางชนิด อาจทำให้
ทารกในครรภ์ได้รับอันตรายจนพิการหรือปัญญาอ่อนได้  สตรีมีครรภ์จึงไม่ควรสูบหรือ
เสพยาเสพติด และไม่ควรซื้อยาบางชนิดกินเอง
          ๓. อันตรายจากรังสี  เช่น การฉายรังสีบริเวณมดลูกขณะตั้งครรภ์ควรกระทำเมื่อแพทย์เห็นว่าจำเป็นจริงๆ เท่านั้น เพราะอาจเป็นอันตรายต่อสมองของทารกได้
          ๔. อุบัติเหตุ  เช่น หกล้ม ถูกกระแทกถูกชน เป็นต้น สตรีมีครรภ์ควรระมัดระวังมิให้เกิดเหตุเหล่านี้กับตนเอง   เพราะอาจเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์ แต่ถ้าเกิดขึ้นก็ควรรีบรักษาให้ทันท่วงที
          ๕. ขาดธาตุหรือสารอาหารที่สำคัญ เช่น ธาตุเหล็ก วิตามินบี ๖ และกรดนิโคทินิก เป็นต้นสตรีมีครรภ์ควรได้รับอย่างครบถ้วน  ถ้าตรวจพบว่าขาดสารอาหารก่อนทารกอายุ  
๓ เดือน ก็สามารถป้องกันและรักษาได้ นอกจากนี้ผู้เป็นมารดาควรมีความรู้ในเรื่องภาวะโภชนาการ  การเลี้ยงดู  โดยการให้อาหารที่มีคุณค่าแก่เด็ก โดยเฉพาะอาหารประเภทโปรตีน เพราะเด็กที่ขาดอาหารโปรตีนมักมีเชาวน์ปัญญาต่ำ

          การที่คนปัญญาอ่อนมีการกระทำหรือความประพฤติผิดปกตินั้น เป็นเพราะสมอง
ของเขาถูกทำลายหรือเสียหาย  จนทำให้ระดับสติปัญญาด้อยกว่าปกติมีผลทำให้มีพฤติกรรมและการปรับตัวผิดปกติ ไม่เหมาะสมกับวัย จึงมองดูผิดปกติไป

          การรักษา  ปัญญาอ่อนเป็นภาวะที่รักษาไม่หายตลอดชีวิต  แต่สามารถช่วยให้เขามีชีวิตอยู่ได้โดยไม่เป็นภาระแก่สังคมและครอบครัวมากนัก โดยการสอนซ้ำๆ ให้ความรักความอบอุ่น และดูแลไม่ให้ถูกชักจูงไปในทางไม่ดี เช่น ถูกชักจูงให้ลักขโมย หรือให้ประพฤติเสื่อมเสียทางเพศ คนปัญญาอ่อนบางคนพอจะหัดให้ฝึกงานอาชีพบางอย่างได้ ก็ควรสนับสนุนช่วยเหลือ

ควาหมาย และการแบ่งระดับเด็กพิการทางสติปัญญา


             ความหมายของคนพิการ คนพิการ คือบุคคลที่มีความผิดปกติ หรือมีความ
บกพร่องทางร่างกาย ทางสติปัญญาหรือจิตใจ 

             อย่างไรที่เรียกว่าคนพิการ คนเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่า ทั้งนี้เพราะคนเป็น
กำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศในทุกๆ ด้าน แต่ในทุกๆ สังคมมิได้มีบุคคลที่มีความรู้ 
ความสามารถเท่าเทียมกันทั้งหมดยังมีบุคคลประเภทหนึ่ง ซึ่งมีความผิดปกติหรือความ
บกพร่องทางด้านร่างกาย ทางสติปัญญา หรือทาง จิตใจ ทำให้เป็นอุปสรรคในการดำรง
ชีวิต การประกอบอาชีพ และ การได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ ของสังคม ซึ่งเราเรียก
บุคคลเหล่านี้ว่าคนพิการ 
 
คนพิการทางสติปัญญาหรือการเรียนรู้

             คนพิการทางด้านสติปัญญาหรือการเรียนรู้ หมายถึงคนที่มีความผิดปกติหรือ 
บกพร่องทางสติปัญญาหรือทางสมองจนไม่สามารถเรียนรู้ด้วยวิธีการปกติได้ 
ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ 

             1. คนที่เรียนรู้ได้ช้า ได้แก่ คนที่มีความสามารถในการเรียนรู้ได้ล่าช้ากว่า 
                 คนปกติ 
             2. คนปัญญาอ่อน ได้แก่ คนที่มีพัฒนาการทางสติปัญญาล่าช้า
                 ซึ่งแบ่งได้ดังนี้ 
                       2.1  ปัญญาอ่อนขนาดน้อย สามารถเรียนรู้และปรับตัวเข้ากับสังคมได้ 
                       2.2  ปัญญาอ่อนขนาดกลาง สามารถเรียนรู้ได้บ้าง สามารถรับการฝึก
                              อบรมงานอาชีพง่าย ๆ ได้ และช่วยเหลือตนเองได้บ้าง 
                       2.3  ปัญญาอ่อนขนาดหนักมาก ต้องมีพี่เลี้ยงคอยดูแล สามารถช่วย
                              เหลือตนเองได้น้อยมาก

การแบ่งระดับเด็กพิการทางสติปัญญา เด็กบกพร่องทางสติปัญญาเด็กพิการ
ทางสติปัญญา

              เด็กบกพร่องทางสติปัญญา หมายถึง เด็กที่มีสติปัญญาต่ำกว่าเด็กปกติทั่วไป ซึ่ง
ส่งผลให้เด็กเหล่านี้มีปัญหาในการปรับตัว ทำให้เด็กไม่สามารถปรับตัวได้เหมือนกับเด็กปกติ 
พฤติกรรมดังกล่าวจะแสดงให้เห็นได้ตั้งแต่ในวัยเด็ก (Reynolds & Birch, 1977 อ้างอิง
จากผดุง อารยะวิญญู : 2538)

              องค์การอนามัยโลกให้นิยามของภาวะปัญญาอ่อน (Mental retardation) ว่า 
หมายถึง ภาวะที่พัฒนาการของเด็กหยุดชะงัก หรือบกพร่อง หรือไม่สมบูรณ์ โดยมี
ลักษณะสำคัญคือ ระดับสติปัญญาต่ำกว่าปกติ (สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี, 2539)


                                  ระดับสติปัญญาของเด็กปัญญาอ่อน

ระดับปัญญาอ่อน

หน่วยงาน

AAMD ( 1983 )

DAM-III ( 1980 )

WHO ( 1980 )

เล็กน้อย

50-55 ถึง 70

50-70

50-70

ปานกลาง

30-40 ถึง 50-55

35-49

35-49

รุนแรง

20-25 ถึง 35-40

20-34

20-34

รุนแรงมาก

ต่ำกว่า 20-25

ต่ำกว่า 20

ต่ำกว่า 20

                                            

AAMD : The American Association on Mental Deficiency
                              
DSM-III : The Diagnostic and Statistical Manual of Mental Disorder
                               
WHO : World Health Organization


ทางการศึกษาแบ่งเด็กปัญญาอ่อนเป็น 3 ระดับ

     1. เด็กปัญญาอ่อนที่เรียนหนังสือได้ (Educable mentally retarded)

     2. เด็กปัญญาอ่อนที่ฝึกได้ (Trainable mentally retarded)

     3. เด็กปัญญาอ่อนขั้นรุนแรง และรุนแรงมาก


การวินิจฉัยเด็กบกพร่องทางสติปัญญา

การวินิจฉัยเด็กจะต้องอาศัยเวลา และการสังเกตซึ่งพอจะแยกได้ดังนี้

     1. ความล่าช้าทางการเคลื่อนไหว (Delay Motor Development)

     2. ความล่าช้าทางทักษะมือและสายตา (Delay Phychomotor Development)

     3. ความล่าช้าทางสติปัญญาและไหวพริบ (Delay Development of Common Sense)

     4. ความล่าช้าทางการเรียนรู้วิชาการ (Delay Academic Development)

     5. ความล้าช้าทางภาษาพูด (Delayed Spee