เนื้อหาหลัก

 กรมพลศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ เป็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาบุคคลากรตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม แห่งชาติ ด้วยการส่งเสริมและเผยแพร่การพลศึกษาและการกีฬาให้กับนักเรียน นักศึกษา เยาวชนและประชาชน ในระดับต่าง ๆ ทั่วประเทศ กีฬาคนพิการถือเป็นกิจกรรมอย่างหนึ่งที่กรมพลศึกษาได้ให้ความสำคัญ ในการส่งเสริมอันจะเห็นได้จากการส่งนักกีฬาคนพิการเข้าร่วมการแข่งขันใน รายการต่างๆ ในต่างประเทศ 

     รวมทั้งการส่งเสริมให้มีการจัดการแข่งขันกีฬาคนพิการในประเทศกันอย่างต่อ เนื่องเป็นประจำทุกปี เพื่อเป็นการส่งเสริมให้คนพิการต่าง ๆ ได้รู้จักออกกำลังกายด้วยการเล่นกีฬา เพื่อที่จะได้นำไปสู่การพัฒนาสมรรถภาพทางกาย ทางอารมย์ ทางจิตใจและทางสังคมของคนพิการด้วย อีกทั้งการเล่นกีฬาจะช่วยพัฒนาให้คนพิการเป็นบุคคลที่มีระเบียบวินัย มีความสามัคคี มีความรับผิดชอบ และรู้จักใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ในชีวิตประจำวัน และเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนพิการ และประการที่สำคัญอีกประอย่างหนึ่งของการแข่งขันกีฬาคนพิการนี้คือ เป็นการปรับปรุงมาตรฐานกีฬาสำหรับคนพิการให้มีมาตรฐานสูงยิ่ง ๆ ขึ้น กับการเข้าร่วมการแข่งขันกับนานาอารยประเทศ

    กรมพลศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ได้ตะหนักถึงความสำคัญของคนพิการในอันที่จะอยู่ร่วมกันในสังคมได้เป็นอย่างดี จึงได้วางเป้าหมายการส่งเสริมให้มีการจัดการแข่งขันกีฬาคนพิการแห่งประเทศไทยขึ้น โดยกำหนดให้จังหวัดต่าง ๆ หมุนเวียนกันเป็นเจ้าภาพ ตามมติของการกีฬา แห่งประเทศไทย ที่ให้ถือเป็นหลักเกณฑ์ภายหลังจากการเสร็จสิ้นการแข่งขันกีฬาแห่งชาติแล้ว ในจังหวัดที่เป็นเจ้าภาพจัดให้มีการแข่งขันกีฬาคนพิการ และกีฬาสเปเชียลโอลิมปิก โดยการแข่งขันกีฬาคนพิการแห่งประเทศไทย มีความเป็นมาดังนี้คือ

    การจัดการแข่งขันกีฬาคนพิการได้เริ่มขึ้น ปี พ.ศ. 2518 โดยศาสตราจารย์นายแพทย์บุญสม มาร์ติน อธิบดีกรมพลศึกษา ในสมัยนั้นได้รับการสนับสนุนด้านงบประมาณ จากสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ให้จัดการแข่งขันกีฬาคนพิการ ชนิดต่างๆ โดยจัดการแข่งขัน ณ บริเวณสนามกีฬาแห่งชาติ และในปี พ.ศ. 2519 – 2521 ต้องงดจัดการแข่งขันเนื่องจากไม่มีงบประมาณ และได้เริ่มจัดขึ้นใหม่ในปี พ.ศ. 2522 ต่อมาใน ปี พ.ศ. 2524 ประชาชนได้เห็นความสำคัญของการแข่งขันกีฬาคนพิการมากขึ้น จึงได้ขยายการแข่งขันออกไปสู่ภูมิภาคคือ จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดขอนแก่น จังหวัดสงขลา รวมทั้งกรุงเทพมหานคร เป็น 4 จังหวัด ในปี พ.ศ. 2529 กรมพลศึกษาเริ่มได้รับงบประมาณดำเนินการ แต่ไม่เพียงพอกับโครงการที่จะดำเนินการ จึงมีความจำเป็นต้องขอความอนุเคราะห์จากองค์กร และหน่วยงานต่างๆ สนับสนุนด้านงบประมาณ

    จากการที่ได้มีกิจกรรมดังกล่าว จึงทำให้คนพิการในประเทศไทย ได้เป็นที่รู้จักแพร่หลายทั่วประเทศ อีกทั้งนักกีฬาคนพิการได้สร้างเกียรติประวัติจากการแข่งขันต่างๆ ไว้ในประเทศอีกด้วยปัจจุบันมีหน่วยงานที่ให้การส่งเสริมกิจกรรมด้านกีฬาคน พิการคือ สมาคมกีฬาคนพิการแห่งประเทศไทย จึงได้จัดตั้งขึ้น เมื่อปี พ.ศ. 2526 โดยศาสตราจารย์นายแพทย์บุญสม มาร์ติน ซึ่งพอสรุปการดำเนินการจัดการแข่งขันกีฬาคนพิการแห่งประเทศไทยได้คือ

    ครั้งที่ 1 ปี พ.ศ. 2518
    จัดการแข่งขัน ณ บริเวณสนามกีฬาแห่งชาติ มีนักกีฬาคนพิการ 191 คน งบประมาณจัดการแข่งขันได้รับการสนับสนุนจากสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ หน่วยงานเอกชนร่วมบริจาค กีฬาที่ได้จัดให้มี 4 ชนิดคือ ว่ายน้ำ กรีฑา
เทเบิลเทนนิส และยิงธนู

    ครั้งที่ 2 ปี พ.ศ. 2522
    จัดการแข่งขัน ณ บริเวณสนามกีฬาแห่งชาติ มีนักกีฬาคนพิการเข้าร่วมการ แข่งขัน 277 คน งบประมาณจัดการแข่งขันได้รับการสนับสนุนจากสภาสังคมสงเคราะห์ แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ หน่วยงานเอกชน และผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคกีฬาที่จัดให้มีการแข่งขัน 5 ชนิดคือ กรีฑา ว่ายน้ำ ยิงธนู เทเบิลเทนนิส และแบดมินตัน

    ครั้งที่ 3 ปี พ.ศ. 2523
    จัดการแข่งขัน ณ บริเวณสนามกีฬาแห่งชาติ มีนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขัน 513 คนงบประมาณที่จัดการแข่งขันได้รับการสนับสนุนจากสภาสังคมสงเคราะห์แห่ง ประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ผู้มีจิตศรัทธา และหน่วยงานเอกชนร่วมบริจาคกีฬาที่จัดให้มีการแข่งขันมี 5 ชนิดกีฬาคือ กรีฑา ว่าย้ำ แบดมินตัน เทเบิลเทนนิส และยิงธนู

    ครั้งที่ 4 ปี พ.ศ. 2524
    องค์การสหประชาชาติ ได้กำหนดให้เป็นปีคนพิการสากล และมีมติให้ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกจัดกิจกรรมและการกีฬาให้คนพิการในประเทศของตนเองได้เล่นและแสดงการ ออกกำลังกายสำหรับประเทศไทย ได้จัดกิจกรรมและกีฬาจำนวน 4 แห่งคือ จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดขอนแก่น จังหวัดสงขลา (อำเภอหาดใหญ่) และกรุงเทพมหานคร มีนักกีฬาคนพิการเข้าร่วมจำนวน 933 คน งบประมาณได้รับการสนับสนุนจากกรมประชาสังเคราะห์ สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย และจังหวัดที่จัดแข่งขันร่วมบริจาคกีฬาที่จัดให้มีการแข่งขันมี 5 ชนิดคือ กรีฑา ว่ายน้ำ เทเบิลเทนนิส แบดมินตัน และเตะบอลเข้าเป้า

    ครั้งที่ 5 ปี พ.ศ. 2526
    จัดการแข่งขัน ณ บริเวณสนามกีฬาแห่งชาติ มีนักกีฬาคนพิการเข้าร่วมการ แข่งขัน 259 คน งบประมาณแข่งขันได้รับการสนับสนุนจากสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ หน่วยงานเอกชนและผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคกีฬาที่จัดให้มีการแข่งขันกีฬามี 4 ชนิดคือ กรีฑา ว่ายน้ำ แบดมินตัน และเทเบิลเทนนิส

    ครั้งที่ 6 ปี พ.ศ. 2527
    จัดการแข่งขัน ณ บริเวณสนามกีฬาแห่งชาติ มีนักกีฬาคนพิการเข้าร่วมการ แข่งขัน 803 คน งบประมาณแข่งขันได้รับการสนับสนุนจากสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ สมาคมกีฬาคนพิการแห่งประเทศไทย หน่วยงานเอกชน และผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคกีฬาที่จัดให้มีการแข่งขันมี 7 ชนิดคือ กรีฑา ว่ายน้ำ ฟุตบอล 7 คน วอลเลย์บอล แบดมินตัน เทเบิลเทนนิส และเปตอง

    ครั้งที่ 7 ปี พ.ศ. 2528
    การจัดการแข่งขัน ณ สนามกีฬาแห่งชาติ มีนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขัน 1,088 คน งบประมาณแข่งขันได้รับการสนับสนุนจากกรมพลศึกษาสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศ ไทย สมาคมกีฬาคนพิการแห่งประเทศไทย และผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคกีฬาที่จัดให้มีการแข่งขันมี 7 ชนิดคือ กรีฑา ว่ายน้ำ ฟุตบอล 7 คน วอลเลย์บอล แบดมินตัน เทเบิลเทนนิส และเปตอง

    ครั้งที่ 8 ปี พ.ศ. 2529
    จัดการแข่งขัน ระหว่างวันที่ 15 – 18 ธันวาคม 2529 ณ สนามกีฬาแห่งชาติงบประมาณแข่งขันได้รับจากกรมพลศึกษา และสนับสนุนเพิ่มเติมจากสภาสังคมสงเคราะห์ แห่งประเทศไทย สมาคมกีฬาคนพิการแห่งประเทศไทย และผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาค มีนักกีฬาจำนวน 631 คน กีฬาที่จัดให้มีการแข่งขันมี 7 ชนิดคือ กรีฑา ว่ายน้ำ ฟุตบอล 7 คน วอลเลย์บอล แบดมินตัน เทเบิลเทนนิส และเปตอง

    ครั้งที่ 9 ปี พ.ศ. 2530
    จัดการแข่งขัน ณ บริเวณสนามกีฬาแห่งชาติ และศูนย์ฝึกการกีฬาแห่งประเทศไทย ระหว่างวันที่ 3 – 7 สิงหาคม 2530 กีฬาที่จัดให้มีการแข่งขันมี 8 ชนิดคือ กรีฑา ว่ายน้ำ ฟุตบอล 7 คน วอลเลย์บอล แบดมินตัน เทเบิลเทนนิส เปตอง และเตะลูกบอลเข้าเป้า มีนักกีฬาและเจ้าหน้าที่รวม 853 คน วัตถุประสงค์ของการจัดการแข่งขันครั้งนี้ เพื่อเป็นการร่วม เฉลิมพระเกียรติของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระชนม์มายุครบ 60 พรรษา ในเดือนธันวาคมปี 2530 งบประมาณแข่งขันกรมพลศึกษา ได้รับการสนับสนุนเพิ่มเติมจาก สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ สมาคมกีฬาคนพิการแห่งประเทศไทย การกีฬาแห่งประเทศไทย และผู้มีจิตศรัทธา

    ครั้งที่ 10 ปี พ.ศ. 2531
    จัดการแข่งขัน ณ บริเวณสนามกีฬาวิทาลัยพลศึกษาจังหวัดชลบุรี ระหว่างวันที่ 22 – 27 สิงหาคม 2531 กีฬาที่จัดให้มีการแข่งขันมี 8 ชนิดกีฬาคือ กรีฑา ว่ายน้ำ ฟุตบอล 7 คน แบดมินตัน เทเบิลเทนนิส วอลเลย์บอล เปตอง เตะลูกบอลเข้าเป้า งบประมาณแข่งขันกรมพลศึกษา ได้รับการสนับสนุนเพิ่มเติมจากผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ สมาคมกีฬาคนพิการแห่งประเทศไทย มูลนิธิและบริษัท ห้างร้านเอกชน ในการจัดการแข่งขันกีฬาคนพิการครั้งนี้ มีโรงเรียนหน่วยงาน สถานศึกษา องค์การและประชาชนเข้าร่วมการแข่งขันรวมทั้งสิ้น 26 แห่ง มีนักกีฬาคนพิการเข้าร่วมการแข่งขันจำนวน 940 คน มีเจ้าหน้าที่ 196 คน รวมทั้งสิ้นจำนวน 1,035 คน

    ครั้งที่ 11 ปี พ.ศ. 2532
    จัดการแข่งขัน ณ บริเวณสนามกีฬาแห่งชาติ ระหว่างวันที่ 31 สิงหาคม ถึง 3 กันยายน 2532 กีฬาที่จัดให้มีการแข่งขันมี 9 ชนิดกีฬาคือ กรีฑา ว่ายน้ำ ฟุตบอล 7 คน แบดมินตัน เทเบิลเทนนิส วอลเลย์บอล เปตอง ขว้างลูกซอฟท์บอล และเตะบอลเข้าเป้า มีโรงเรียนหน่วยงาน สถานศึกษาองค์การและประชาชน ส่งสมัครเข้าร่วมการแข่งขันจำวนทั้งสิ้น 26 แห่ง มีเจ้าหน้าที่จำนวน 188 คน และนักกีฬาจำนวน 983 คน รวมทั้งสิ้น 1,171 คน งบประมาณแข่งขันกรมพลศึกษาได้รับการสนับสนุนเพิ่มเติมจากสภาสังคมสงเคราะห์ แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ สมาคมกีฬาคนพิการแห่งประเทศไทย หน่วยงานราชการ มูลนิธิและบริษัทห้างร้านเอกชนต่างๆ ร่วมบริจาค

    ครั้งที่ 12 ปี พ.ศ. 2533
    จัดการแข่งขัน ณ สนามกีฬาวิทยาลัยพลศึกษาจังหวัดสุพรรณบุรี ระหว่างวันที่ 24 – 28 สิงหาคม 2533 กีฬาที่จัดให้มีการแข่งขัน 9 ชนิดคือ กรีฑา ว่ายน้ำ ฟุตบอล 7 คน 
เทเบิลเทนนิส แบดมินตัน วอลเลย์บอล เปตอง เตะลูกฟุตบอลเข้าเป้า และโกลบอล งบประมาณกรมพลศึกษาได้รับการสนับสนุนเพิ่มเติมจากสภาสังคมสงเคราะห์แห่ง ประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ สมาคมกีฬาคนพิการแห่งประเทศไทย หน่วยงานเอกชนและผู้มีจิตศรัทธา ร่วมบริจาคการแข่งขันกีฬาคนพิการครั้งนี้มีโรงเรียนหน่วยงาน สถานศึกษา องค์การและประชาชน เข้าร่วมการแข่งขันทั้งสิ้น 36 แห่ง มีเจ้าหน้าที่จำนวน 303 คน และมีนักกีฬาจำนวน 1,069 คน รวมทั้งสิ้น 1,372 คน

    ครั้งที่ 13 ปี พ.ศ. 2534
    จัดการแข่งขัน ณ สนามกีฬาวิทยาลัยพลศึกษาจังหวัดลำปาง ระหว่างวันที่ 1 – 7 สิงหาคม 2534 จัดให้มีการแข่งขันกีฬา 10 ชนิดคือ กรีฑา ว่ายน้ำ ฟุตบอล 7 คน เทเบิลเทนนิส แบดมินตัน วอลเลย์บอล เปตอง เซปัคตะกร้อ ยิงปืน และโกลบอล มีโรงเรียนสถาบันองค์กร และประชาชนได้ส่งนักกีฬาเข้าร่วมจำนวน 1,059 คน และมีเจ้าหน้าที่จำนวน 306 คน รวมทั้งสิ้น 1,365 คน

    ครั้งที่ 14 ปี พ.ศ. 2535
    จัดการแข่งขัน ณ สนามกีฬาวิทยาลัยพลศึกษาจังหวัดชัยภูมิ ระหว่างวันที่ 30 มิถุนายน – 5 กรกฎาคม 2535 โดยจัดให้มีการแข่งขัน 10 ชนิดคือ กรีฑา ว่ายน้ำ ฟุตบอล 7 คน เทเบิลเทนนิส แบดมินตัน วอลเลย์บอล เปตอง ยิงปืน เซปัคตะกร้อ และโกลบอล มีนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันจำนวน 1,027 คน มีเจ้าหน้าที่จำนวน 185 คน รวมทั้งสิ้น 1,212 คน 

    ครั้งที่ 15 ปี พ.ศ. 2536
    จัดการแข่งขัน ณ จังหวัดนครสวรรค์ ระหว่างวันที่ 11 – 16 สิงหาคม 2536กีฬาที่จัดแข่งขันรวม 10 ชนิดคือ กรีฑา ว่ายน้ำ ฟุตบอล 7 คน เทเบิลเทนนิส แบดมินตันวอลเลย์บอล เปตอง ยงปืน เซปัคตะกร้อ และโกลบอล รวมนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ที่เข้าร่วม การแข่งขันชาย 1,066 คน และหญิง 651 คน รวมทั้งสิ้น 1,606 คน

    ครั้งที่ 16 ปี พ.ศ. 2537
    จัดการแข่งขัน ณ กรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 1 – 5 สิงหาคม 2537 
ชนิดกีฬาที่จัดการแข่งขันรวม 10 ชนิดคือ กรีฑา ว่ายน้ำ วอลเลย์บอล ฟุตบอล 7 คน แบดมินตัน เทเบิลเทนนิส ยิงปืน โกลบอล เซปัคตะกร้อ และเปตอง มีนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ รวม 1,272 คน

    ครั้งที่ 17 ปี พ.ศ. 2538
    จัดการแข่งขัน ณ จังหวัดสุพรรณบุรี ระหว่างวันที่ 21 – 24 กันยายน 2538
ชนิดกีฬาที่จัดแข่งขันรวม 11 ชนิดคือ กรีฑา ว่ายน้ำ วอลเลย์บอล ฟุตบอล แบดมินตัน เทเบิลเทนนิส ยิงปืน โกลบอล เซปัคตะกร้อ เปตอง วีลแชร์เทนนิส รวมจำนวนนักกีฬา และเจ้าหน้าที่ 1,125 คน
สำหรับการแข่งขันครั้งที่ 17 นี้ กรมพลศึกษาได้วางเป้าหมายในการส่งเสริม การจัดการแข่งขันกีฬาคนพิการแห่งประเทศไทย โดยกำหนดให้จังหวัดต่าง ๆ หมุนเวียนกันเป็นเจ้าภาพตามมติของการกีฬาแห่งประเทศไทยที่ถือเป็นหลักเกณฑ์ ว่า ภายหลังจากเสร็จสิ้นการแข่งขันกีฬาแห่งชาติแล้วให้จังหวัดที่เป็นเจ้าภาพจัด ให้มีการแข่งขันกีฬาคนพิการแห่งประเทศไทย และกีฬาสเปเชียลโอลิมปิคด้วย

    ครั้งที่ 18 ปี พ.ศ. 2539
    จัดการแข่งขัน ณ จังหวัดนครสวรรค์ ระหว่างวันที่ 21 – 24 กันยายน 2539
ชนิดกีฬาที่จัดแข่งขันรวม 12 ชนิดคือ กรีฑา เทเบิลเทนนิส โกลบอล ฟุตบอล แบดมินตัน เปตอง เซปัคตะกร้อ วอลเลย์บอล ยิงปืน ว่ายน้ำ วีลแชร์เทนนิส วีลแชร์บาสเกตบอล รวมจำนวนนักกีฬาและเจ้าหน้าที่

    ครั้งที่ 19 ปี พ.ศ. 2549 
    จัดการแข่งขัน ณ กรุงเทพมหานคร บริเวณสนามกีฬาแห่งชาติ ระหว่างวันที่ 16 – 19 กันยายน 2540 ชนิดกีฬาที่จัดแข่งขันรวม 14 ชนิดคือ กรีฑา บอคเซีย โกลบอล วอลเลย์บอล ยืน – นั่ง เทเบิลเทนนิส แบดมินตัน ยกน้ำหนัก ยิงปืน ว่ายน้ำ วีลแชร์เทนนิส วีลแชร์บาสเกตบอล ฟุตบอล เปตอง เซปัคตะกร้อ รวมจำนวนนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ 1,565 คน

    ครั้งที่ 20 ปี พ.ศ. 2541
    จัดการแข่งขัน ณ จังหวัดศรีสะเกษ ระหว่างวันที่ 23 – 26 มิถุนายน 2541 ชนิดกีฬาที่จัดแข่งขันรวม 15 ชิดคือ กรีฑา ฟุตบอล วอลเลย์บอล ยืน – นั่ง เทเบิลเทนนิส แบดมินตัน บอคเซีย ยกน้ำหนัก โกลบอล ว่ายน้ำ วีลแชร์เทนนิส วีลแชร์บาสเกตบอล ยูโด ยิงธนู เปตอง รวมจำนวนนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ 1,712 คน

    ครั้งที่ 21 ปี พ.ศ. 2542
    การแข่งขันกีฬาคนพิการแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 21 ประจำปี 2542 จังหวัดระยองได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติเป็นหลักการเกี่ยวกับการกำหนดเจ้าภาพจัดการแข่ง ขันกีฬาคนพิการแห่งประเทศไทย และถือเป็นมติว่าจังหวัดใดที่ได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬา คนพิการแห่งประเทศไทย จะต้องรับเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาคนพิการแห่งประเทศไทย ในปีนั้นต่อเนื่องไปด้วยโดยให้เริ่มดำเนินการตั้งแต่การจัดการแข่งขันกีฬาคน พิการแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 21 ประจำปี 2542 ณ จังหวัดระยอง เป็นต้นไป และในปีนี้คณะกรรมการอำนวยการจัดการแข่งขันได้รับ พระมหากรุณาธิคุณที่สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชสยามมงกุฎราชกุมาร พระราชทานไฟพระฤกษ์การแข่งขันกีฬาคนพิการแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 21 และโปรดเกล้าให้หม่อมเจ้าหญิงสิริวัณวลี มหิดล เสด็จเป็นประธานการแข่งขันในครั้งนี้ การแข่งขันจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19 – 22 กันยายน 2542 ณ สนามกีฬาจังหวัดระยอง มีการแข่งขันกีฬารวม 17 ชนิด ได้แก่กรีฑา ฟุตบอล 7 คน วอลเลย์บอล ยืน – นั่ง เทเบิลเทนนิส แบดมินตัน บอคเซีย ยกน้ำหนัก โกลบอล ยิงปืน ว่ายน้ำ วีลแชร์เทนนิส วีลแชร์บาสเกตบอล ยูโด ยิงธนู วีลแชร์ฟันดาบ เซปัคตะกร้อ และ เปตอง มีนักกีฬาและเจ้าหน้าที่จากสถาบันสถาบันศึกษา สมาคมองค์กร และหน่วยงานคพิการต่าง ๆ รวม 74 หน่วยงาน นักกีฬาและเจ้าหน้าที่ รวม 2,536 คน

    ครั้งที่ 22 ปี พ.ศ. 2544
    การแข่งขันกีฬาคนพิการแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 22 การกีฬาแห่งประเทศไทย ได้รับการถ่ายโอนงบประมาณจากกรมพลศึกษา เพื่อดำเนินการจัดการแข่งขันจากการแข่งขัน กีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 32 ที่จัดขึ้น ณ กรุงเทพมหานคร
ในครั้งนี้คณะกรรมการจัดการแข่งขันฯ ได้จัดทำระเบียบการกีฬาแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการแข่งขันกีฬาคนพิการแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 22 กำหนดคุณสมบัตินักกีฬา กล่าวคือ นักกีฬาต้องสังกัดในการสมัครเข้าแข่งขัน ต้องผ่านองค์กรจังหวัดเพื่อให้สอดคล้องกับการแข่งขัน กีฬาแห่งชาติ
คณะกรรมการจัดการแข่งขันฯ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณที่สมเด็จพระบรมโอสาธิราชสยามมกุฏราชกุมาร พระราชทานไฟพระฤกษ์การแข่งขันกีฬาคนพิการแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 22 และโปรดเกล้าฯ ให้หม่อมเจ้าหญิงสิริวัณวลี มหิดล เสด็จฯ เป็นองค์ประธานเปิดการแข่งขันฯ ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8 – 21 มิถุนายน 2544 ณ สนามกีฬาหัวหมาก การกีฬาแห่งประเทศไทย กรุงเทพมหานคร มีการแข่งขันกีฬารวม 17 ชนิดกีฬา ได้แก่ กรีฑา โกลบอล เซปัคตะกร้อ เทเบิลเทนนิส บอคเซีย แบดมินตัน เปตอง ฟุตบอล 7 คน ยกน้ำหนัก ยิงธนู ยิงปืน ยูโด วอลเลย์บอล ยืน – นั่ง ว่ายน้ำ วีลแชร์บาสเกตบอล วีลแชร์เทนนิส และวีลแชร์ฟันดาบ มีนักกีฬาและเจ้าหน้าที่จากสมาคม ชมรม องค์กร และหน่วยงานคนพิการต่าง ๆ รวม 59 หน่วยงาน มีนักกีฬาและเจ้าหน้าที่รวม 1,887 คน

ครั้งที่ 23 ปี พ.ศ. 2546
 
จัดการแข่งขัน ณ บริเวณสนามกีฬาจังหวัดเชียงใหม่ มีจำนวนนักกีฬา และเจ้าหน้าที่ ๒,๘๓๖ คน มีการแข่งขัน 1๗ ชนิดกีฬา คือ กรีฑา ว่ายน้ำ ฟุตบอล เทเบิลเทนนิส วอลเลย์บอลนั่ง – ยืน เปตอง แบดมินตัน
โกลบอล เซปักตะกร้อ ยิงปืน วีลแชร์เทนนิส วีลแชร์บาสเกตบอล ยกน้ำหนัก บอคเซีย ยิงธนู ยูโด และวีลแชร์
ฟันดาบ
 
ครั้งที่ 24 ปี พ.ศ. 2548
 
จัดการแข่งขัน ณ บริเวณสนามกีฬาจังหวัดราชบุรี มีจำนวนนักกีฬา และเจ้าหน้าที่ ๒,๗๖๐ คน มีการแข่งขัน 1๗ ชนิดกีฬา คือ กรีฑา ว่ายน้ำ ฟุตบอล เทเบิลเทนนิส วอลเลย์บอลนั่ง – ยืน เปตอง แบดมินตัน
โกลบอล เซปักตะกร้อ ยิงปืน วีลแชร์เทนนิส วีลแชร์บาสเกตบอล ยกน้ำหนัก บอคเซีย ยิงธนู ยูโด และวีลแชร์
ฟันดาบ
 
ครั้งที่ 25 ปี พ.ศ. 2549
 
จัดการแข่งขัน ณ บริเวณสนามกีฬาจังหวัดสุพรรณบุรี มีจำนวนนักกีฬา และเจ้าหน้าที่ ๓,๕๓๖ คน มีการแข่งขัน 1๗ ชนิดกีฬา คือ กรีฑา ว่ายน้ำ ฟุตบอล เทเบิลเทนนิส วอลเลย์บอลนั่ง – ยืน เปตอง แบดมินตัน
โกลบอล เซปักตะกร้อ ยิงปืน วีลแชร์เทนนิส วีลแชร์บาสเกตบอล ยกน้ำหนัก บอคเซีย ยิงธนู ยูโด และวีลแชร์
ฟันดาบ
 
ครั้งที่ 26 ปี พ.ศ. 2550
 
จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน ภายใต้ชื่อว่า “ลิกอร์เกมส์” บริเวณสนามกีฬาจังหวัดนครศรีธรรมราช และสนามกีฬามหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช ระหว่างวันที่ 20 – 24 ตุลาคม 2550 มีจำนวนนักกีฬา และเจ้าหน้าที่ 4,500 คน มีการแข่งขัน 16 ชนิดกีฬา คือ กรีฑา ว่ายน้ำ ฟุตบอล เทเบิลเทนนิส วอลเลย์บอลนั่ง – ยืน เปตอง แบดมินตัน โกลบอล เซปักตะกร้อ วีลแชร์เทนนิส วีลแชร์บาสเกตบอล ยกน้ำหนัก บอคเซีย ยิงธนู ยูโด และวีลแชร์ฟันดาบ
 
ครั้งที่ 27 ปี พ.ศ. 2552
 
จังหวัดพิษณุโลก เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน ภายใต้ชื่อว่า “สองแควเกมส์” บริเวณสนามกีฬาจังหวัดพิษณุโลก ระหว่างวันที่ 17 – 21 มกราคม 2552 มีจำนวนนักกีฬา และเจ้าหน้าที่ 3,211 คน มีการแข่งขัน 17 ชนิดกีฬา คือ กรีฑา ว่ายน้ำ ฟุตบอล เทเบิลเทนนิส วอลเลย์บอลยืน – นั่ง เปตอง แบดมินตัน โกลบอล เซปักตะกร้อ วีลแชร์เทนนิส วีลแชร์บาสเกตบอล ยกน้ำหนัก บอคเซีย ยิงธนู ยูโด วีลแชร์ฟันดาบ และยิงปืน
 
ครั้งที่ 28 ปี พ.ศ. 2552
 
จังหวัดตรังเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน ภายใต้ชื่อว่า “ศรีตรังเกมส์” มีการแข่งขัน 17 ชนิดกีฬา คือ กรีฑา ว่ายน้ำ ฟุตบอล เทเบิลเทนนิส วอลเลย์บอลยืน – นั่ง เปตอง แบดมินตัน โกลบอล เซปักตะกร้อ วีลแชร์เทนนิส วีลแชร์บาสเกตบอล ยกน้ำหนัก บอคเซีย ยิงธนู ยูโด วีลแชร์ฟันดาบ และยิงปืน
 
ครั้งที่ 29 ปี พ.ศ. 2554
 
จังหวัดชลบุรีเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน ภายใต้ชื่อ “เมืองชลเกมส์” ระหว่างวันที่ 23 – 27 มกราคม 2554 มีการแข่งขันกีฬาทั้งหมด 17 ชนิดกีฬา ได้แก่ กรีฑา โกลบอล เซปักตะกร้อ เทเบิลเทนนิส บอคเซีย แบดมินตัน เปตอง ฟุตบอล ฟุตซอลคนตาบอด ยกน้ำหนัก ยิงปืน ยิงธนู วอลเลย์บอลยืน – นั่ง ว่ายน้ำ วีลแชร์เทนนิส
วีลแชร์บาสเกตบอล 3 คน และ 5 คน และวีลแชร์ฟันดาบ
 
ครั้งที่ 30 ปี พ.ศ. 2555
 
จังหวัดขอนแก่นเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน ภายใต้ชื่อ “นครขอนแก่นเกมส์” จัดขึ้นในวันที่ 21 – 25 มีนาคม พ.ศ. 2555 มีการจัดการแข่งขัน 17 ชนิดกีฬา ได้แก่ กรีฑา, โกลบอล, เซปักตะกร้อ, เทเบิลเทนนิส, บอคเซีย, แบดมินตัน, เปตอง, ฟุตบอล, ยกน้ำหนัก, ยิงปืน, ยิงธนู, ยูโด, วอลเลย์บอล (นั่ง – ยืน), ว่ายน้ำ, วีลแชร์บาสเกตบอล, วีลแชร์เทนนิส, และวีลแชร์ฟันดาบ มีคำขวัญว่า “กีฬา สานสัมพันธ์ รวมพลัง เป็นหนึ่งเดียว” และมีสัตว์นำโชคเป็นตัวหนอนไหมมีชื่อว่า “น้องไหม”
 
ครั้งที่ 31 ปี พ.ศ. 2556
 
จังหวัดเชียงใหม่เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน ภายใต้ชื่อ “เวียงพิงค์เกมส์” ระหว่างวันที่ 15 – 19 มกราคม 2556 โดยได้เตรียมพิธีเปิด – ปิด ที่โรงยิมเนเซียม 2 สนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี และได้จัดสนามแข่งขันทุกแห่งไว้ในเขตเมืองทั้งหมด มีคำขวัญ คือ “มิตรภาพ เอื้ออาทร เสมอภาค” มีสัญลักษณ์นำโชค คือ “ช้างภูมิใจ๋” มีการแข่งขันทั้งสิ้นจำนวน 17 ชนิดกีฬา ได้แก่ กรีฑา, โกลบอล, เซปักตะกร้อ, เทเบิลเทนนิส, บอคเซีย, แบดมินตัน, เปตอง, ฟุตบอล (หู), ฟุตบอล (ตาบอด – หูหนวก), ยกน้ำหนัก, ยิงปืน, ยิงธนู, วอลเลย์บอล (นั่ง – ยืน),
ว่ายน้ำ, วีลแชร์เทนนิส, วีลแชร์บาสเกตบอล, และวีลแชร์ฟันดาบ
 
ครั้งที่ 32 ปี พ.ศ. 2557
 
จังหวัดสุพรรณบุรีเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน ภายใต้ชื่อ “ศรีสุพรรณบุรีเกมส์” ระหว่างวันที่ 10 – 14 กุมภาพันธ์ 2557 โดยได้เตรียมพิธีเปิด – ปิด ที่สนามกีฬาจังหวัดสุพรรณบุรี และได้จัดสนามแข่งขันทุกแห่งไว้ในเขตเมืองทั้งหมด มีคำขวัญ คือ “กีฬาสู่มิตรภาพที่ไร้พรมแดน” มีสัญลักษณ์นำโชค คือ “ปลาม้า” มีการแข่งขันทั้งสิ้น จำนวน 17 ชนิดกีฬา ได้แก่ กรีฑา, โกลบอล, เซปักตะกร้อ, เทเบิลเทนนิส, บอคเซีย, แบดมินตัน, เปตอง, ฟุตบอล (หู), ฟุตบอล (ตาบอด – หูหนวก), ยกน้ำหนัก, ยิงปืน, ยิงธนู, วอลเลย์บอล (นั่ง – ยืน), ว่ายน้ำ, วีลแชร์เทนนิส, วีลแชร์บาสเกตบอล, และวีลแชร์ฟันดาบ.
 

สมาคมกีฬาคนพิการแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมถ์

154 สนามกีฬาแห่งชาติ ถนนพระราม 1 แขวงวังใหม่
เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330
โทรศัพท์ 0-2216-7728 , 0-2219-2428 , 0-2216-7972
แฟกซ์ 0-2216-7728 , 0-2219-2428 , 0-2216-7972

 

หรือติดต่อที่

ฝ่ายกีฬาเป็นเลิศ การกีฬาแห่งประเทศไทย

286 ถ.รามคำแหง หัวหมาก บางกะปิ กทม.10240 โทร. 02-369099

ลิงค์ข้อมูลด้านกีฬาสำหรับคนพิการข้อมูลด้านกีฬาสำหรับคนพิการ