เนื้อหาหลัก

โดย พวงแก้ว  กิจธรรม

.........................................................................................................................................................

ความนำ

            แต่เดิม การดำเนินงานด้านการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการของหน่วยงานทั้งภาครัฐ และเอกชน    เป็นไปตามแผนงานที่แต่ละหน่วยงานกำหนดให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ และเป้าหมายของหน่วยงานเอง    ต่อมา เมื่อองค์การสหประชาชาติได้ประกาศ      “ แผนปฏิบัติการระดับโลกว่าด้วยเรื่องคนพิการ ” เพื่อใช้เป็นคู่มือการปฏิบัติงาน ในทศวรรษคนพิการแห่งสหประชาชาติ พ.ศ. 2526 - 2535  หน่วยงานต่างๆ จึงได้ใช้แผนดังกล่าวเป็นแนวทางกำหนดแผนการดำเนินงานที่ชัดเจนขึ้น

            สำหรับประเทศไทย คณะกรรมการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ ซึ่งแต่งตั้งตามที่พระราชบัญญัติการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ พ.ศ.2534กำหนด ได้จัดทำ   แผนการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการแห่งชาติ พ.ศ.2540 - 2544  โดยมุ่งเน้นให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 8 พ.ศ.2540 - 2544 กล่าวคือให้ความสำคัญกับการพัฒนาคนพิการโดยการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ 4 ด้าน คือ การแพทย์  การศึกษา  อาชีพและการจ้างงาน  และด้านสังคม

ต่อมาเมื่อมีการจัดทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 9 พ.ศ. 2545 - 2549  ซึ่งกำหนดเป้าหมายไปที่การพัฒนาคุณภาพชีวิตของคน   การจัดทำแผนด้านคนพิการซึ่งปรับเปลี่ยน    ยุทธศาสตร์การดำเนินงานให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจฯ จึงเปลี่ยนชื่อ เป็น แผนพัฒนา      คุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ พ.ศ. 2545 - 2549  โดยกำหนดให้ดำเนินงานในเชิงบูรณาการงาน   ฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการในทุกด้าน

หน่วยงานทั้งภาครัฐ และเอกชนได้ใช้แผนดังกล่าวเป็นแนวทางกำหนดแผนงาน และแผนปฏิบัติการของแต่ละหน่วยงาน ซึ่งการดำเนินงานในปัจจุบันได้มีความก้าวหน้าในระดับหนึ่ง

 

สิทธิของคนพิการ กับ อนาคต และปัจจุบันของงานฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ

            ในการดำเนินงานฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการทั้งในอนาคตตามที่กำหนดไว้ในแผน และการดำเนินงานในปัจจุบัน ต่างอยู่บนพื้นฐานของการดำเนินงานให้คนพิการมีสิทธิอย่างเสมอภาคกับคนทั่วไป  ตามที่กำหนดไว้ในกฎหมายต่างๆ เช่น

1.      สิทธิมนุษยชนในการเป็นพลเมือง ประกอบด้วย

1.1  สิทธิเพื่อความเท่าเทียม ได้แก่

                        1.1.1 สิทธิเพื่อการดำรงชีวิต ในด้านต่างๆ เช่น  1) ปัจจัย 4 คือ  อาหาร  เสื้อผ้า  ที่อยู่  และยา  2) การปฏิบัติกิจวัตรประจำวัน  รวมทั้งการมีคนช่วยเหลือ 3) เศรษฐกิจ เช่น  นโยบาย  ประกัน  รายได้   ประกันสังคม ประกันอุบัติเหตุ 4) สังคม  โดย เป็นสมาชิกครอบครัว  มีเกียรติภูมิ/ศักดิ์ศรี ได้ร่วมกิจกรรม  และแสดงความคิดเห็น 5) ศาสนา   เช่น  การบวช  6) วัฒนธรรม  เช่น การใช้ ภาษามือ      อักษรเบรลล์    และ7) การดำรงพันธุ์ เช่น แต่งงาน  มีลูก เป็นต้น

                        1.1.2  สิทธิด้านบริการสุขภาพเช่น 1) รักษาพยาบาล ทั้งการเลือกการรักษา และการปฏิเสธการรักษา 2) บริการช่วยเหลือระยะแรกเริ่ม 3) ฟื้นฟูสมรรถภาพ 4) เครื่องช่วยความพิการ 5) กายอุปกรณ์    6) นันทนาการ  7) กีฬา  8) บริการสนับสนุน  9) สร้างเสริมสุขภาพ 10) แนะแนวสุขภาพจิต   11) ป้องกันความพิการ เป็นต้น

                        1.1.3  สิทธิด้านการศึกษา เช่น 1) เข้าศึกษา 2) สิ่งอำนวยความสะดวก 3) สื่อ            4) บริการต่างๆ    5) ความช่วยเหลือ 6) มาตรฐานปกติ 5) การปรับหลักสูตร และ 6) ครู  เป็นต้น

              สิทธิด้านการประกอบอาชีพ เช่น 1) การฝึกงาน 2) การจ้างงาน รวมทั้งการ

จัดสิ่งอำนวยความสะดวก ค่าจ้างที่เท่าเทียม และสิทธิรับราชการ 3) การพัฒนาอาชีพ  และ 4) การช่วยครอบครัว เป็นต้น

            เสรีภาพในการรวมกลุ่ม   เช่น 1) การตั้งองค์กรช่วยเหลือตนเอง 2) แสดงความเห็นของกลุ่ม 3) การสนับสนุนจากรัฐบาล 4) การสนับสนุนจากผู้มีส่วนได้เสีย 5) ประสานงาน 6) สร้างความเข้มแข็ง 7) ความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ 8) ความร่วมมือด้านวิชาการ       9) ความร่วมมือภายในประเทศ  10 ) ความร่วมมือระดับภูมิภาค และ11) ความร่วมมือระหว่างประเทศ เป็นต้น

            สิทธิทางการเมือง เช่น 1)  เลือกตั้ง โดยเฉพาะการมีสิ่งอำนวยความสะดวก และสิทธิในการลงคะแนนลับ 2) สมัครรับเลือกตั้ง 3) ร่วมพรรคการเมือง 4) แสดงความคิดเห็น      5) มีส่วนร่วมออกกฎหมาย และ 6) กำหนดนโยบายและแผน  เป็นต้น

            สิทธิในการเข้าถึง หรือใช้บริการที่เป็นสากล และทุกคนใช้ร่วมกันได้  เช่น 1 ) สภาพ   แวดล้อม  2) อาคาร  3) บริการขนส่งสาธารณะที่มีความปลอดภัย และส่งเสริมการเป็นอิสระ  4) การเคลื่อนไหว/เดินทาง 5) สารสนเทศ  และ6) สื่อสาร เป็นต้น

            สิทธิในการใช้เทคโนโลยี  เช่น  1) สารสนเทศ 2) การสื่อสาร  โดยเฉพาะการใช้ ภาษามือ และอักษรเบรลล์

 

2.สิทธิในการได้รับบริการตามความต้องการจำเป็นพิเศษ อันเนื่องมาจาก 1) ความ        บกพร่องทางการเห็น 2)ความบกพร่องทางการได้ยิน 3)  ความบกพร่องทางการเคลื่อนไหว 4) ความ       บกพร่องทางการสื่อสาร 5) ความบกพร่องทางสภาพจิต  6) ความบกพร่องทางอารมณ์ 7) ความบกพร่องทางพฤติกรรม  8) ความบกพร่องทางสติปัญญา  และ9)  ความบกพร่องทางการเรียนรู้

 

            3.  สิทธิทางกฎหมาย เช่น 1) เป็นบุคคลตามกฎหมาย โดยมีการแจ้งเกิด ตั้งชื่อ และทำบัตรประชาชน 2) ทำนิติกรรม  และ 3) การคุ้มครองทางคดีอาญา

4. เสรีภาพพื้นฐาน เช่น  1) เลือกที่อยู่ได้  2) ดำรงชีวิตอิสระ   และตัดสินใจด้วยตนเอง         

 

การฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการในอนาคต

          แผนงานหลักที่กำหนดอนาคตของการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ คือ แผนพัฒนา       คุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ พ.ศ. 2545 – 2549  ซึ่งประกอบด้วยประเด็นสำคัญ ได้แก่

1. ปรัชญา

มนุษย์ทุกคนมีศักดิ์ศรีเท่าเทียมกัน สามารถพัฒนาศักยภาพ หากได้รับโอกาสอย่างเสมอภาคเพื่อนำไปสู่การมีคุณภาพชีวิตที่ดี

 

2. วิสัยทัศน์

คนพิการมีศักยภาพที่สามารถพึ่งพาตนเองได้ มีคุณภาพชีวิตที่ดี ดำเนินชีวิตในสังคมได้อย่างมีความสุข และสร้างสรรค์  มีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศ

 

3. แนวความคิด และทิศทาง

แนวความคิดการดำเนินงานด้านคนพิการทั้งในประเทศและนานาชาติ  ได้พัฒนาไปอย่างมาก โดยให้ความสำคัญเน้นที่การพัฒนาคนพิการ    เพราะเป็นทรัพยากรทางสังคม    ที่ต้องได้รับการเสริมสร้างศักยภาพอย่างสูงสุดตามสภาพ มีความเสมอภาคที่จะได้รับผลจากการพัฒนาเท่าเทียมกับบุคคลทั่วไป    จนสามารถดำรงชีวิตได้อย่างอิสระ ในครอบครัว ชุมชน และสังคม มีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคม และ มีความสามารถในการพัฒนาตนเองอยู่เสมอ เพื่อให้ทันกับสังคมโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่าง    รวดเร็ว แผนพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2545 -2549  จึงได้วางแนวทาง ให้สอดคล้องกับ           บทบัญญัติในกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนแผน และพันธะสัญญาที่ตกลงร่วมกับนานาประเทศ ดังนี้

- รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 ที่กำหนดสิทธิที่พึงได้รับ มีโอกาสรับบริการพื้นฐานทางสังคม และการคุ้มครองทางสังคมอย่างเป็นธรรมและเท่าเทียม     รวมทั้ง      ส่งเสริมให้ทุกฝ่ายในสังคมมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศ

-  แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 9 พ.ศ. 2545 – 2549  ที่เน้นการพัฒนาคุณภาพคนและการคุ้มครองทางสังคม  ให้ความสำคัญกับการพัฒนาอย่างเป็น       องค์รวม โดยให้ “ คน ” เป็นศูนย์กลางของการพัฒนาบนปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

-  พระราชบัญญัติการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ พ.ศ. 2534  กฎกระทรวงที่       เกี่ยวข้อง  ซึ่งส่งเสริมให้คนพิการได้รับโอกาส สิทธิ  การสงเคราะห์  การพัฒนา และการฟื้นฟูสมรรถภาพ

ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน เป็นกฎบัตรถึงความเชื่อมั่นในสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน ในศักดิ์ศรีและคุณค่าของตัวบุคคล และในความเสมอกันแห่งสิทธิของทั้งชายและหญิง ส่งเสริมความก้าวหน้าทางสังคมตลอดจนมาตรฐานแห่งชาติให้ดีขึ้น มีเสรีภาพมากขึ้น

- แผนปฏิบัติการระดับโลกด้านคนพิการ วาระเพื่อการปฏิบัติ และกฎมาตรฐานเกี่ยวกับคนพิการซึ่งมีจุดประสงค์เพื่อพัฒนาคนพิการ โดย ส่งเสริมสนับสนุนให้เกิดมาตรการ       อันจะเป็นผลดีแก่การป้องกันความพิการ การรักษาพยาบาล และการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ    ด้วยการตระหนักถึงเป้าหมายของการมีโอกาส และส่วนร่วมอย่างเต็มที่ของคนพิการในชีวิตสังคม ตลอดจนการพัฒนาความเสมอภาคกับคนทั่วไปให้เป็นจริง

จากแนวคิดและแนวทางดังกล่าว      จึงกำหนดเป็นทิศทางดังนี้

1.      ส่งเสริมให้คนพิการ ครอบครัวคนพิการ ชุมชน และสังคม มีเจตคติเชิงสร้างสรรค์ต่อคนพิการ และมีส่วนร่วมพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ

2.      เร่งเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ โดยเฉพาะการจัดบริการฟื้นฟูสมรรถภาพ สิ่งอำนวยความสะดวก เครื่องช่วยคนพิการ สื่อและความช่วยเหลือ ให้สอดคล้องกับความต้องการจำเป็นของคนพิการแต่ละบุคคล

3.      ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนา รวมทั้งสนับสนุนใช้ผลการวิจัยเป็นเครื่องมือกำหนด   แนวทางการดำเนินงานพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ

4.      เสริมสร้างความเข้มแข็งขององค์กรของคนพิการ และองค์กรเพื่อคนพิการ พร้อมทั้งจัดระบบการสนับสนุนการประสานงานแบบเครือข่ายขององค์กรภาครัฐ และเอกชนที่เกี่ยวข้อง กับคนพิการทั้งในด้านการแพทย์ ศึกษา สังคม และการประกอบอาชีพ เพื่อให้เกิดการดำเนินงาน พัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแบบบูรณาการ

5.      พัฒนากองทุนเพื่อสนับสนุนงานพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ในทุกด้าน

 

4. วัตถุประสงค์

4.1      เพื่อส่งเสริมให้คนพิการ ครอบครัวคนพิการ ชุมชน และสังคม มีเจตคติเชิงสร้างสรรค์ต่อคนพิการ และมีส่วนร่วมพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ

4.2      เพื่อให้คนพิการ ครอบครัวคนพิการ ชุมชน และสังคม  รวมทั้งผู้ที่เกี่ยวข้องกับงานพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ตระหนักรู้ สิทธิ หน้าที่ และมีส่วนร่วมพัฒนาประเทศ     ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคมและการเมือง

4.3      เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ทั้งทางด้านร่างกาย  สติปัญญา  จิตใจ สังคม และ จิตวิญญาณ   ให้เต็มศักยภาพของแต่ละบุคคล

4.4      เพื่อส่งเสริมการรวมตัวของคนพิการ และครอบครัวของคนพิการ เป็นเครือข่ายองค์กรช่วยเหลือตนเอง ของคนพิการ ให้มีความเข้มแข็ง มั่นคง ยั่งยืน   และก้าวหน้า

4.5      เพื่อให้คนพิการได้รับบริการฟื้นฟูสมรรถภาพ และพัฒนาศักยภาพ     แบบบูรณาการ ทั้งด้านการแพทย์ การศึกษา อาชีพ และสังคมอย่างทั่วถึง มีคุณภาพ และสอดคล้องกับความต้องการจำเป็นของคนพิการแต่ละบุคคล

 

5. เป้าหมาย

5.1  คนพิการ ครอบครัวของคนพิการ ชุมชน และสังคมทั้งในเมืองและชนบท    ทั่วประเทศ  มีเจตคติเชิงสร้างสรรค์เกี่ยวกับคนพิการ และมีส่วนร่วมในการพัฒนา       คุณภาพชีวิตคนพิการเพิ่มขึ้นเพื่อส่งเสริมให้คนพิการ ครอบครัวคนพิการ ชุมชน และสังคมมีเจตคติเชิงสร้างสรรค์ต่อคนพิการ และมีส่วนร่วมพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ

5.2  คนพิการ ครอบครัวของคนพิการ ชุมชน และสังคม และผู้ที่เกี่ยวข้องกับงานพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการทั้งภาครัฐ และเอกชน ตระหนักรู้ สิทธิ หน้าที่ และมีส่วนร่วมพัฒนาประเทศเพิ่มขึ้น

5.3  มีกลไกทางกฎหมาย เพื่อพัฒนา และคุ้มครองคนพิการให้มีความเสมอภาคกับ       คน   ทั่วไป

5.4  คนพิการได้รับการฟื้นฟูสมรรถภาพ และพัฒนาศักยภาพแบบบูรณาการ  ทั้งทางด้านการแพทย์ การศึกษา อาชีพ และสังคม    อย่างเต็มศักยภาพแต่ละบุคคลอย่างทั่วถึง  สอดคล้องกับความต้องการจำเป็นของคนพิการแต่ละบุคคล

5.5  คนพิการ และผู้ปกครองคนพิการในทุกท้องถิ่นรวมตัวเป็นองค์กรที่      เข้มแข็ง มีส่วนร่วมในการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ และพัฒนาประเทศเพิ่มขึ้น

5.6  องค์กรภาครัฐ และองค์กรพัฒนาเอกชนเพื่อคนพิการดำเนินงานมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยประสานแบบเครือข่ายกับองค์กรคนพิการ

5.7  คนพิการได้รับการศึกษาเพิ่มขึ้นอย่างน้อยร้อยละ 5 ต่อปี

5.8  คนพิการมีงานทำเพิ่มขึ้นอย่างน้อยร้อยละ 5 ต่อปี

5.9  คนพิการสามารถเข้าถึงบริการสาธารณะ ข้อมูลข่าวสาร การสื่อสาร    และเทคโนโลยี ได้ อย่างน้อยร้อยละ 20ของบริการที่มีอยู่

5.10          คนพิการทั้งในเมือง และชนบททั่วประเทศมีคุณภาพชีวิตที่ดีเพิ่มขึ้น    ทั้งด้านร่างกาย   สติปัญญา   จิตใจ   สังคม และจิตวิญญาณ

5.11          คนพิการ และครอบครัวมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศ และประกอบกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์สาธารณะเพิ่มขึ้น

 

 

 

6. ยุทธศาสตร์การพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ

6.1  ยุทธศาสตร์ด้านการส่งเสริมความตระหนักรู้ และการสร้างเสริมเจตคติเชิงสร้างสรรค์

6.2  ยุทธศาสตร์ด้านสิทธิและหน้าที่

6.3  ยุุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาศักยภาพคนพิการ   

6.4  ยุทธศาสตร์ด้านการวิจัยและพัฒนา    

6.5  ยุทธศาสตร์ด้านการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร บริการ สิ่งแวดล้อม และเทคโนโลยี

6.6  ยุทธศาสตร์ด้านการเสริมสร้างความเข้มแข็งขององค์กรด้านคนพิการ  

6.7  ยุทธศาสตร์การมีส่วนร่วมของคนพิการ ครอบครัว และชุมชน

6.8  ยุทธศาสตร์ด้านการบริหารจัดการแบบบูรณาการ                                              

 

7. ยุทธศาสตร์ และมาตรกาพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ

7.1  ยุทธศาสตร์ด้านการส่งเสริมความตระหนักรู้ และการสร้างเสริมเจตคติเชิงสร้างสรรค์

7.1.1        ให้การศึกษา และเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารเรื่องคนพิการ เพื่อสร้างเจตคติเชิงสร้างสรรค์ต่อคนพิการ และเปิดโอกาสให้คนพิการมีความเสมอภาคกับคนทั่วไป

7.1.2        เผยแพร่ความรู้ เรื่อง ความสามารถในการพัฒนาตนเองของ  คนพิการ และศักยภาพของคนพิการ

 

7.2  ยุทธศาสตร์ด้านสิทธิและหน้าที่

7.2.1        สร้างความตระหนักรู้สิทธิ และหน้าที่แก่คนพิการ  ครอบครัว ชุมชน และสังคม สถานประกอบการ ตลอดจนบุคลากรของทั้งภาครัฐ และเอกชนที่ปฏิบัติงานเกี่ยวข้องกับคนพิการ

7.2.2        เร่งรัดปรับปรุง แก้ไข และใช้กฎหมายเกี่ยวกับสิทธิของคนพิการ

 

7.3  ยุุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาศักยภาพคนพิการ       

7.3.1        ส่งเสริมสุขภาวะของคนพิการ ทั้งทางร่างกาย จิตใจ สังคม และ      จิตวิญญาณ

7.3.2        ส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพคนพิการ โดยการบริการฟื้นฟู      สมรรถภาพทางการแพทย์แบบบูรณาการ สหวิชาชีพและการแพทย์ทางเลือก

7.3.3        ขจัดความไม่รู้หนังสือของคนพิการ พร้อมกับการพัฒนาการจัดการศึกษาเพื่อคนพิการอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต

7.3.4        สนับสนุนการจัดกิจกรรมทางด้านกีฬา นันทนาการ สำหรับ    คนพิการ

7.3.5        สนับสนุนการฝึกอาชีพและการประกอบอาชีพของคนพิการ ทั้งการประกอบอาชีพอิสระ  การทำงานในหน่วยงานเอกชน  สถานประกอบการ  หน่วยงานภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ

7.3.6        จัดระบบสวัสดิการสังคม สำหรับคนพิการ  เพื่อสร้างหลักประกันพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ

 

7.4  ยุทธศาสตร์ด้านการวิจัยและพัฒนา

7.4.1        การส่งเสริมการวิจัยและการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ           การประเมินผลโครงการ และการดำเนินงานเกี่ยวกับคนพิการ

7.4.2        การส่งเสริมการนำผลงานวิจัย และพัฒนาไปปฏิบัติ และสร้าง  ผลิตผลอย่างเป็นรูปธรรม

         

7.5  ยุทธศาสตร์ด้านการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร บริการ สิ่งแวดล้อม และเทคโนโลยี

7.5.1        พัฒนาการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร การสื่อสาร การบริการ เทคโนโลยี  และสภาพแวดล้อม สำหรับคนพิการแต่ละประเภท

7.5.2        การจัดบริการเพื่อคนพิการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร การสื่อสาร      การบริการ  เทคโนโลยี  และสภาพแวดล้อม

7.5.3        ส่งเสริมการบริหารจัดการข้อมูลข่าวสาร การสื่อสาร การบริการ  เทคโนโลยี  และสภาพแวดล้อม ที่เหมาะสมต่อการดำเนินชีวิตอย่างมีคุณภาพของ      คนพิการแต่ละประเภท

 

7.6  ยุทธศาสตร์ด้านการเสริมสร้างความเข้มแข็งขององค์กรด้านคนพิการ

7.6.1 ส่งเสริมความเข้มแข็งองค์กรของคนพิการ องค์กรเพื่อคนพิการและองค์กรผู้ปกครองคนพิการ ในการมีส่วนร่วมพัฒนาคุณภาพชีวิต   คนพิการ    

 

 

 

 

7.7  ยุทธศาสตร์การมีส่วนร่วมของคนพิการ ครอบครัว และชุมชน

7.7.1        การส่งเสริมคนพิการและครอบครัวมีส่วนร่วมในกระบวนการตัดสินใจทั้งในระดับนโยบาย แผนงาน โครงการ กฎหมาย ตลอดจนการรับบริการ ที่มีผลกระทบต่อ      คนพิการ

7.7.2        ส่งเสริมบทบาทของชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรด้านคนพิการ องค์กรรัฐ สถาบันทางศาสนา องค์กรภาคธุรกิจเอกชน เป็นกลไกในการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ

 

7.8  ยุทธศาสตร์ด้านการบริหารจัดการแบบบูรณาการ                              

7.8.1        สนับสนุนการบริหารจัดการเพื่อการพัฒนางานด้านคนพิการ

7.8.2        ส่งเสริม และสนับสนุนการพัฒนาบุคลากรด้านคนพิการ      ครอบครัว และผู้ปกครองคนพิการ อย่างเพียงพอ และมี        ประสิทธิภาพได้มาตรฐาน

 

นอกจากแผนพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ พ.ศ. 2545 – 2549 คณะกรรมการที่ปรึกษาด้านคนพิการ สำนักนายกรัฐมนตรีได้กำหนดแผนงานที่สำคัญที่จะดำเนินงานในอนาคต 3 ประการ คือ

1.      พัฒนาระบบการให้บริการแก่คนพิการในระดับจังหวัด

2.      พัฒนาการดำเนินงานป้องกันความพิการ

3.      จัดตั้งคณะกรรมการกำกับดูแลงานด้านคนพิการในระดับชาติ ( NCCD - National  Coordinating  Committee  on Disabilities )

 

             แนวทางสำคัญอีกประการหนึ่งในการดำเนินงานฟื้นฟูสมรรถภาพ หรือพัฒนาคุณภาพชีวิต      คนพิการ คือ วาระแห่งชาติด้านคนพิการ ซึ่งจัดทำโดยผู้แทนคนพิการทุกประเภท ผู้ปกครองคนพิการ และผู้ทำงานเกี่ยวข้องกับคนพิการทั้งภาครัฐ และเอกชน โดยมูลนิธิพัฒนาคนพิการไทยได้ดำเนินงานจัดสัมมนา เมื่อวันที่  14 – 15 พฤศจิกายน  2544 โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้

            1.จัดตั้งคณะกรรมการประสานงานด้านความพิการแห่งชาติ  โดยเป็นองค์กรถาวรที่ได้รับการสนับสนุนให้ปฏิบัติงานพัฒนาคนพิการแบบบูรณาการอย่างมีประสิทธิภาพ

2. ขจัดความไม่รู้หนังสือของคนพิการ   พร้อมกับพัฒนาการจัดการศึกษาเพื่อ    คนพิการอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิตให้ทั่วถึง และมีคุณภาพในทุกระบบ และทุกรูปแบบโดย       สอดคล้องกับแผนจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล

3.จัดทำแผนพัฒนาคนพิการแห่งชาติ ให้สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาประเทศความต้องการของคนพิการ และผู้ปกครองของคนพิการแต่ละประเภท

4.จัดให้มีกลไกทางกฎหมายเพื่อพัฒนาคนพิการให้มีความเสมอภาคกับคนทั่วไปโดย     แก้ไข  และพัฒนา กฎหมาย กฎกระทรวง ระเบียบ  ข้อบังคบต่างๆ ให้สนองตอบต่อแผนพัฒนา   คนพิการแห่งชาติ  พร้อมทั้ง  กำหนดมาตรการทางกฎหมายเพื่อคุ้มครองคนพิการ  เช่น  ป้องกันการล่วงละเมิดทางเพศ  การคุกคาม  การเอาเปรียบ  และการใช้คนพิการแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ  เป็นต้น  โดยต้องกำหนดบทลงโทษอย่างเหมาะสม

5.ส่งเสริมการรวมตัวของคนพิการ และครอบครัวของคนพิการการสร้างเครือข่ายองค์กรช่วยเหลือตนเองของคนพิการ  พร้อมทั้งพัฒนาการดำเนินงานขององค์กร และเครือข่ายด้านคนพิการทั้งภาครัฐ และเอกชนในทุกระดับให้มีความเข้มแข็ง มั่นคง ยั่งยืน ก้าวหน้า และมีส่วนร่วมพัฒนาประเทศทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง

6.ขจัดเจตคติ ความเชื่อ ค่านิยม  การเลือกปฏิบัติ และการกีดกันคนพิการในทุกกรณีที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาคนพิการ  จัดทำแผนระยะยาวเพื่อรณรงค์ให้เกิดการตระหนักรู้ เรื่อง        คนพิการ  สิทธิ  และหน้าที่ของชนชาวไทย  รวมทั้ง สร้างจิตสำนึก  และเจตคติ เชิงสร้างสรรค์เรื่องคนพิการ ใน 3 มิติ คือ  ทัศนคติของคนพิการต่อตนเอง  ทัศนคติของคนพิการต่อสังคม  และทัศนคติของสังคม หรือคนปกติทั่วไปต่อคนพิการ

7.สนับสนุนการจัดสิ่งแวดล้อมและสิ่งอำนวยความสะดวกให้คนพิการทุกประเภทสามารถเข้าถึงการคมนาคม  อาคารสถานที่  บริการสาธารณะ  ข้อมูลข่าวสาร และเทคโนโลยีเกี่ยวกับคนพิการ   ทุกด้าน

8.จัดระบบบริการเครื่องช่วยคนพิการ  กายอุปกรณ์ สื่อ และสิ่งอำนวยความสะดวกรวมทั้งบริการทดลอง  ฝึกใช้  ซ่อม  ปรับ เปลี่ยนอะไหล่ และเปลี่ยนอุปกรณ์ใหม่ให้คนพิการอย่างเหมาะสม ทั่วถึง และสามารถใช้สิ่งเหล่านั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพอยู่เสมอ

9.ส่งเสริมสุขภาวะของคนพิการ  ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ สังคม และจิตวิญญาณ  โดยบริการรักษา ฟื้นฟูสมรรถภาพ พัฒนาศักยภาพ ส่งเสริมสุขภาพ จัดบริการป้องกันการเจ็บป่วยของคนพิการ     จัดกิจกรรมนันทนาการ  การท่องเที่ยว  และกีฬาสำหรับคนพิการ  พร้อมทั้งสนับสนุนให้คนพิการได้รับปัจจัย 4 มีความสุข  และดำรงชีวิตอย่างสมศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์

10.ส่งเสริมการดำเนินชีวิตอย่างเป็นอิสระของคนพิการ  และการตัดสินใจดำเนินชีวิตได้ด้วยตนเอง  พร้อมทั้งสนับสนุนคนพิการระดับรุนแรงในทุกกลุ่มอายุให้ดำเนินชีวิตโดยมีครอบครัวของ   คนพิการ  และชุมชนเป็นฐานในการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการตามแผนงานบริการช่วยเหลือระยะแรกเริ่ม  และฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการโดยชุมชน  รวมทั้งจัด      สวัสดิการ หรือบริการเลี้ยงดู        คนพิการที่ไม่มีบิดามารดา  และผู้อุปการะให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี  ดำเนินชีวิตในสังคมได้อย่างมีศักดิ์ศรี

11.กำหนดมาตรการป้องกันการเกิดความบกพร่อง  และความพิการในทุกกรณีอย่างมี   ประสิทธิภาพ และต่อเนื่อง

12.ส่งเสริม  และพัฒนาอาชีพแก่คนพิการ  เพื่อให้คนพิการสามารถเลี้ยงดูตนเอง  มีอาชีพ  รายได้  ความมั่นคง  สวัสดิการสังคม  และความก้าวหน้าในอาชีพ

13.ส่งเสริมการผลิต และพัฒนาผู้ปฏิบัติงาน และผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับคนพิการแต่ละประเภท  โดยมุ่งเน้นให้ทุกคนมีเจตคติเชิงสร้างสรรค์ต่อคนพิการ  มีจิตวิญญาณในการให้บริการคนพิการ  พร้อมทั้งสามารถให้บริการคนพิการ  ประสานงาน  ส่งต่อ  บูรณาการงานฟื้นฟูสมรรถภาพ  ดำเนินการ วิจัยและพัฒนาองค์ความรู้เกี่ยวกับคนพิการได้อย่างมีประสิทธิภาพ

14.ส่งเสริมครอบครัวของคนพิการ  และคนพิการให้มีปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญต่อการดำเนินชีวิตในสังคม  ตามโครงข่ายความปลอดภัยทางสังคม  และมีสวัสดิการอื่นที่จำเป็นสำหรับ        คนพิการอย่างทั่วถึง  โดยการประกันรายได้  ประกันความมั่นคงทางสังคม  ลดหย่อนภาษีเงินได้แก่        คนพิการ  และผู้เลี้ยงดูคนพิการตามเงื่อนไขที่เหมาะสม   จัดสวัสดิการให้ครอบครัวของคนพิการที่ไม่สามารถรับภาระเลี้ยงดูคนพิการได้  ปรับปรุงระบบการจัดเบี้ยยังชีพให้คนพิการที่ไม่สามารถช่วยเหลือ    ตนเอง  เป็นต้น

15.จัดตั้งกองทุนเพื่อพัฒนาคนพิการ  และครอบครัวของคนพิการ  ในทุกด้านอย่าง        พอเพียง และต่อเนื่อง  โดยกำหนดให้มีผู้แทนของคนพิการ  ผู้ปกครองของคนพิการ  ผู้ปฏิบัติงานด้าน     คนพิการทั้งภาครัฐ และเอกชน รวมทั้งผู้ทรงคุณวุฒิร่วมเป็นคณะกรรมการบริหารกองทุน

 

การดำเนินงานฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการในปัจจุบัน

จากการที่คณะกรรมการที่ปรึกษาด้านคนพิการ สำนักนายกรัฐมนตรี ได้จัดประชุม            เชิงบูรณาการ เรื่อง  ยุทธศาสตร์ หรือแนวทางพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ เมื่อ วันที่  10  ตุลาคม 2545 โดยมี นายกรัฐมนตรีเป็นประธานการประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ซึ่งคณะกรรมการที่ปรึกษาฯ ได้คัดเลือกเฉพาะที่สำคัญเร่งด่วน   

ทั้งนี้ กระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งได้รับมอบหมายจากนายก     รัฐมนตรีให้ดำเนินงานสำคัญ 6 ประการ  คือ 1) การจัดทำฐานข้อมูลด้านคนพิการ 2) การส่งเสริมการเข้าถึงข้อมูลเทคโนโลยีสารสนเทศของคนพิการ 3) การปรับปรุงกฎหมายเกี่ยวกับคนพิการ 4) การพัฒนา   กองทุนเพื่อคนพิการ  5) การส่งเสริมการวิจัยด้านคนพิการ และ6) การจัดบริการแบบเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียวสำหรับคนพิการ   ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการ และคณะกรรมการด้านต่างๆ รวม 8 คณะเพื่อดำเนินงานดังกล่าว ประกอบด้วย

1)      คณะกรรมการอำนวยการยุทธศาสตร์การพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ

2)      คณะกรรมการจัดทำฐานข้อมูลด้านคนพิการ

3)      คณะกรรมการส่งเสริมการเข้าถึงข้อมูลเทคโนโลยีสารสนเทศของคนพิการ

4)      คณะกรรมการปรับปรุงกฎหมายเกี่ยวกับคนพิการ

5)      คณะกรรมการพัฒนากองทุนเพื่อคนพิการ

6)      คณะกรรมการกำหนดเป้าหมายการวิจัย และพัฒนาคุณภาพชีวิต   คนพิการ และครอบครัว

7)      คณะกรรมการวางแผนศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียวสำหรับคนพิการ

8)      คณะกรรมการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศ

คณะกรรมการแต่ละคณะประกอบด้วยบุคลากรของกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์  ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐอื่นๆ และผู้แทนขององค์กรภาคเอกชนที่รับผิดชอบงานด้านคนพิการ รวมทั้งผู้นำคนพิการประเภทต่างๆ  ทั้งนี้ ฯพณฯ บรรหาร ศิลปอาชา ได้กรุณารับเป็นประธานที่ปรึกษาคณะกรรมการอำนวยการยุทธศาสตร์การพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการด้วย

 คณะกรรมการอำนวยการ และคณะกรรมการ  รวม 8คณะได้เร่งดำเนินการตามหน้าที่ และมีผลงานรุดหน้าที่สำคัญ ได้แก่

1.      เปิดศูนย์บริการคนพิการแบบเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียว ที่ กระทรวงการพัฒนาสังคม และความ มั่นคงของมนุษย์

2.       เตรียมจัดทำโครงการนำร่องสำรวจข้อมูลด้านคนพิการในจังหวัด CEO รวม 5 จังหวัด โดยเริ่มที่จังหวัดชัยนาทก่อน

3.      จัดทำแผนแม่บทงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสารสำหรับคนพิการโดยกำหนดเป้าหมายว่าร้อยละ 70 ของคนพิการต้องสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสารได้ภายในปี 2549

4.      กำหนดมาตรการปรับปรุงกฎหมายเกี่ยวกับคนพิการ    และได้เริ่มการดำเนินงานโดยพิจารณาปรับปรุงเพิ่มเติม พรบ. การฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ พ.ศ. 2534

5.      กำหนดยุทธศาสตร์พัฒนากองทุนฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ และจะนำไปปฏิบัติให้คนพิการได้ประโยชน์สูงสุด

6.      กำหนดแนวทางการส่งเสริมสนับสนุนการวิจัยเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ และ       ครอบครัว  และจะจัดโครงการประชุมสัมมนางานวิจัยด้านคนพิการ

7.      จัดทำโครงการนำร่องการให้บริการแบบครบวงจรในส่วนภูมิภาค ปี 2547 รวม 3 จังหวัด คือ เชียงใหม่ อุบลราชธานี และสงขลา

8.      จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง ร่างอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครอง และส่งเสริมสิทธิ และศักดิ์ศรีของคนพิการ พร้อมทั้งส่งผู้แทนประเทศไทยเข้าร่วมประชุมเรื่องเดียวกัน ที่คณะกรรมาธิการเศรษฐกิจ และสังคมแห่งเอเชียแปซิฟิก ที่ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 2 – 4 มิถุนายน 2546  และคณะกรรมการเฉพาะกิจเพื่อการพิจารณาร่างอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครอง และส่งเสริมสิทธิ และศักดิ์ศรีของคนพิการ สำนักเลขาธิการสหประชาชาติ ระหว่างวันที่ 16 – 27 มิถุนายน 2546

9.      ส่งเสริมการจัดทำแผนพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการประจำจังหวัด โดยจัดทำโครงการนำร่องใน 13 จังหวัด

 

          นอกจากกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์แล้ว หน่วยงานอื่นๆ  ได้ดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ และแนวทางสำคัญซึ่งคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านคนพิการนำเสนอนายกรัฐมนตรี ดังนี้

 

            1.ยุทธศาสตร์สร้างเสริมความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับศักยภาพและความสามารถที่แท้จริงของคนพิการ

1.1     บรรจุบทเรียนความรู้เรื่องคนพิการในตำราเรียน และสื่อต่างๆ ตั้งแต่ระดับประถมศึกษาถึงอุดมศึกษาทุกสาขาวิชา ให้เสร็จภายในปี 2546

1.2     จัดตั้งเครือข่ายสื่อมวลชนด้านคนพิการเพื่อประชาสัมพันธ์   และสร้างความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับคนพิการอย่างกว้างขวาง และต่อเนื่อง  โดยเริ่มดำเนินงานภายในปี 2545

ความก้าวหน้า

1)   กรมประชาสัมพันธ์ได้ดำเนินงาน ดังนี้

-         แต่งตั้งคณะกรรมการประชาสัมพันธ์ด้านคนพิการ

-         จัดทำแผนแม่บทประชาสัมพันธ์ด้านคนพิการ ปี 2545 – 2549

-         ผลิตรายการวิทยุ  ระบบเอเอ็ม  ความถี่ 891 กิโลเฮริตซ์ เวลา 14.10 – 15.00 น. ทุกวันเสาร์

-         ผลิตรายการหนังสือเสียงสำหรับคนตาบอด และผู้พิการทางสื่อสิ่งพิมพ์ ระบบเอเอ็ม  ความถี่ 891 กิโลเฮริตซ์ เวลา 15.10 – 16.00 น. ทุกวันเสาร์

-         ถ่ายทอดล่ามภาษามือในรายการข่าวภาคค่ำ เวลา 18.30 – 20.00 น. ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 11  ทุกวัน

2)      กระทรวงศึกษาธิการได้จัดทำหนังสือ เรื่องคนพิการ สำหรับเด็กทั่วไปในระบบการศึกษาขั้นพื้นฐาน

 

 

 

       แผนงานในอนาคตของกรมประชาสัมพันธ์

1)               จัดหางบประมาณสนับสนุนการถ่ายทอดล่ามภาษามือในรายการภาคเช้า และภาคกลางวัน

2)               จัดตั้งเครือข่ายสื่อมวลชนด้านคนพิการเพื่อประชาสัมพันธ์ด้านคนพิการ

3)               เพิ่มเวลาออกอากาศเนื้อหารายการที่เกี่ยวข้องกับคนพิการทางรายการ ตามดูคุณภาพชีวิตทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย และเครือข่าย 54 ความถี่

 

2.ยุทธศาสตร์ส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพคนพิการแบบบูรณาการอย่างทั่วถึง     

2.1      ส่งเสริมคนพิการ ให้ได้รับสิทธิประโยชน์ทางการแพทย์ ตาม พรบ.การฟื้นฟู  สมรรถภาพคนพิการ พ.ศ. 2534

2.1.1        ปรับปรุงการออกหนังสือรับรองความพิการให้แพทย์ทั่วไปออกได้อย่างรวดเร็วมีประสิทธิภาพและทั่วถึง

2.1.2        ปรับปรุงการจัดสรรงบประมาณสำหรับกายอุปกรณ์ เครื่องช่วยคนพิการ และอุปกรณ์  ต่าง ๆ ให้คนพิการสามารถจัดซื้อเองได้อย่างสอดคล้องกับความต้องการจำเป็นพิเศษของแต่ละคนโดยใช้ระบบคูปอง พร้อมทั้งจัดระบบการบริการให้ทั่วถึง

2.2      จัดระบบบริการสุขภาพคนพิการอย่างมีประสิทธิภาพ และทั่วถึงให้สามารถรับบริการได้เบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียว  ( one stop service ) ตามสิทธิที่ระบุใน พรบ.การฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ พ.ศ. 2534

2.3      นโยบายหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า และกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องการจัดการศึกษาให้คนพิการต้องจัดให้สอดคล้องกับความต้องการจำเป็นพิเศษของแต่ละคนจึงต้องมีกองทุนสนับสนุนและจัดงบประมาณให้หน่วยงานรับผิดชอบ/เกี่ยวข้องอย่างเพียงพอ

 

ความก้าวหน้า– กระทรวงสาธารณสุข ได้ดำเนินงาน ดังนี้

1)      จัดตั้งคณะกรรมการติดตาม และประสานงานนโยบายสุขภาพด้านคนพิการ

2)      จัดสรรงบประมาณบริการสาธารณสุขจากโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าเพื่อคนพิการในงบประมาณปี 2546 เป็นจำนวนเงิน 4 บาท / คน  / ปี ประมาณ 180 ล้านบาท โดยการจัดทำโครงการชุดเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการไทย ประกอบด้วยกลุ่มสนับสนุนการจัดบริการ กลุ่มการจัดบริการ และกลุ่มพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบบริการ ซึ่งรวมถึงการจัดบริการระบบคูปองเป็นโครงการนำร่องด้วย  ( ยังไม่มีข้อยุติว่าจะใช้จ่ายเงินอย่างไร – 25 มิถุนายน 2546 )

3)      ปรับปรุงหนังสือรับรองความพิการ และจะจัดฝึกอบรมการออก หนังสือรับรองความพิการแก่แพทย์

 

2.4      เร่งรัดการจัดตั้ง กองทุนการศึกษาเพื่อคนพิการโดยเน้นหาแหล่งทุนใหม่นอกเหนือจากงบประมาณ เช่น สลากพิเศษ หรือสลากการศึกษา  เป็นต้น

ความก้าวหน้า

1)                 สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลให้ทุนประเดิมแก่กองทุนการศึกษาเพื่อคนพิการ 200 ล้านบาท

2)                 สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน ( ก.พ. )

-         จัดสรรทุนรัฐบาลเพื่อส่งบุคคลไปศึกษาวิชา ณ ต่างประเทศ และกลับมาปฏิบัติงานเกี่ยวข้องกับการศึกษาของคนพิการมาโดยตลอด โดยเปิดรับสมัครจากบุคคลทั่วไป และราชการ

-         ปีงบประมาณ 2545 – 2546 จัดทุนสนับสนุนการศึกษาสำหรับ   ผู้พิการ 5 ทุน และ 6 ทุน ตามลำดับ

-         จะจัดสรรทุนสำหรับการศึกษาสำหรับผู้พิการ และทุนการศึกษาเกี่ยวกับคนพิการสำหรับบุคคลทั่วไป และข้าราชการในปีต่อๆ ไป

-         อยู่ในระหว่างนำเสนอคณะรัฐมนตรีมีมติให้ประกาศมาตรการให้ข้าราชการทุกประเภท รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานของรัฐ และองค์กรอื่นที่เกี่ยวข้อง ให้โอกาสคนพิการเข้าทำงานในหน่วยงานของรัฐ และรัฐวิสาหกิจ โดยตระหนักว่าพระราชบัญญัติข้าราชการ      พลเรือน พ.ศ. 2535 มาตรา 30 ( 5 ) เกี่ยวกับคุณสมบัติของทั่วไปของผู้ที่จะเข้ารับราชการเป็นข้าราชการพลเรือน มีสาระสำคัญที่ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ และไม่ได้กีดกันคนพิการ หรือ           ทุพพลภาพเข้ารับราชการ

-         อยู่ในระหว่างแก้ไขพระราชบัญญัติข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2535 เพื่อส่งเสริมคนพิการเข้ารับราชการโดยรูปแบบการจ้างงานที่หลากหลาย ทั้งข้าราชการ ลูกจ้างตามสัญญาจ้าง และลูกจ้างอื่นๆ

2.5      จัดสรรงบประมาณให้ศูนย์การศึกษาพิเศษสำหรับคนพิการให้สามารถบริการแก่  คนพิการได้อย่างทั่วถึง และมีคุณภาพ

2.6      ให้มีสถาบันส่งเสริม และพัฒนาอาชีพคนพิการเพื่อประสานงาน ส่งเสริม สนับสนุน การบริการแนะแนวอาชีพ ฝึกอาชีพ จัดหางาน จัดหาตลาด รวมทั้ง      ติดตามและประเมินผล

2.7      ให้หน่วยงานของรัฐ และรัฐวิสาหกิจจ้างแรงงานคนพิการตาม พรบ.การฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ พ.ศ. 2534  ในทำนองเดียวกับภาคเอกชน 

2.7.1        ให้รัฐวิสาหกิจจ่ายเงินเข้ากองทุนฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ ในทำนองเดียวกับภาคเอกชนตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 1 ออกตาม พรบ. การฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ พ.ศ. 2534

2.7.2        จัดสัมปทานหรือสถานที่ให้แก่คนพิการ หรือผู้ปกครอง เพื่อจำหน่ายสินค้า ให้บริการ หรือจ้างเหมาช่วงงาน

ความก้าวหน้า

1)      กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน –จัดฝึกอาชีพให้คนพิการ และ จะจัดการแข่งขันทักษะความสามารถทางอาชีพของคนพิการ ประมาณเดือนสิงหาคม 2546 เพื่อคัดเลือกไปแข่งขันระดับนานาชาติที่ประเทศอินเดีย ระหว่างวันที่ 23 – 29 พฤศจิกายน 2546

2)      กรมสวัสดิการ และคุ้มครองแรงงาน

-         คุ้มครองลูกจ้างที่พิการให้ได้รับสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 และพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 โดยไม่เลือกปฏิบัติ

-         ส่งเสริมการจัดสวัสดิการ และสิ่งอำนวยความสะดวกในการทำงานที่ได้มาตรฐานสำหรับลูกจ้างพิการ

-         ประสานขอความร่วมมือจากนายจ้างเพื่อรับคนพิการเพิ่มมากขึ้น โดยในปี 2546 ตั้งเป้าหมายจะประสานขอความร่วมมือจากสถานประกอบการเพิ่มขึ้นร้อยละ 10 ต่อเดือน และให้รับคนพิการเข้าทำงานเพิ่มขึ้นอีกร้อยละ 20 ต่อเดือน

3)      กรมการจัดหางาน–จัดหางานให้คนพิการ  จัดอบรม และสาธิตการประกอบอาชัพอิสระให้คนพิการ โดยในปี 2546 ตั้งเป้าหมายจะส่งเสริมคนพิการให้มีงานทำจำนวน 1,200 คน

4)      สำนักงานประกันสังคม –ดำเนินการให้ลูกจ้างพิการสามารถพึ่งตนเองได้โดยเข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพด้านการแพทย์ และอาชีพแก่ลูกจ้างพิการทั้งเนื่อง และไม่เนื่องจากการทำงานให้สามารถประกอบอาชีพเลี้ยงตนเอง และครอบครัวได้ โดยในปี 2546 ตั้ง   เป้าหมายจะฟื้นฟูสมรรถภาพด้านการแพทย์ และอาชีพแก่ลูกจ้างพิการจำนวน 450 คน

 

3. ยุทธศาสตร์ส่งเสริมการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร การสื่อสาร  เทคโนโลยี บริการสาธารณะ และสภาพแวดล้อม  ของคนพิการ และผู้ปกครอง

3.1    ให้มีศูนย์ผลิต และพัฒนาล่ามภาษามือ และศูนย์บริการล่ามภาษามืออย่างทั่วถึง 

3.2    ให้มีอักษรวิ่ง หรือล่ามภาษามือใน     รายการข่าวสาร  ข่าวพิเศษ และสารคดีที่เป็นประโยชน์ทางโทรทัศน์ช่องต่างๆ

3.3    ออกกฎหมายส่งเสริม และคุ้มครองสิทธิของคนพิการ เรื่อง การเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร การสื่อสารและเทคโนโลยี 

3.4    ให้มีรายการ หรือสถานีวิทยุบริการการอ่านเพื่อประชาชน

3.5    ส่งเสริมการจัดสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อการท่องเที่ยวของคนพิการภายใต้หลักการ Tourism For All

3.6    เร่งรัดการประกาศใช้ กฎกระทรวงกำหนดสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับ        ผู้พิการ หรือ ทุพพลภาพ และคนชราในอาคาร พ.ศ.................ประกอบ พรบ. ควบคุมอาคารพ.ศ. 2543

 

ความก้าวหน้า

1)      กรมประชาสัมพันธ์ - จัดทำแผนปฏิบัติการการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร การสื่อสาร  เทคโนโลยี และสภาพแวดล้อมของคนพิการ ปี 2546 และปี 2547 – 2549 

2)      วิทยาลัยราชสุดา - สำรวจความต้องการล่ามภาษามือของหน่วยงานต่างๆ พบว่า หน่วยงานที่ต้องการล่ามมีมี 38 หน่วยงาน รวม 524 คน

3)      กรมโยธาธิการ และผังเมือง–ร่าง กฎกระทรวงกำหนดสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้พิการ หรือ ทุพพลภาพ และคนชราในอาคาร พ.ศ................อยู่ในระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา

4)      สำนักงานส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย –แต่งตั้งคณะกรรมการจัดทำแผนพัฒนางานท่องเที่ยวสำหรับคนพิการ

 

 

 

 

4.ยุทธศาสตร์ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของคนพิการ   ครอบครัว  และชุมชน

4.1  ปรับปรุงอนุกรรมการสาขาฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการประจำจังหวัดให้เป็น  คณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการประจำจังหวัด ประกอบด้วยหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง ผู้แทนองค์กรของคนพิการ ผู้ปกครอง   ผู้แทนองค์กร   ชุมชน องค์กรส่วนท้องถิ่น  สถาบันทางศาสนาและองค์กรภาคเอกชนอื่นๆโดยผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน มีหน้าที่จัดทำแผนพัฒนา คุณภาพชีวิตคนพิการประจำจังหวัดประสานงานให้บริการแก่คนพิการอย่างเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียว โดยมีเครือข่ายให้บริการอย่างทั่วถึง

ความก้าวหน้ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ได้มีคำสั่งปรับปรุงอนุกรรมการสาขาฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการประจำจังหวัดให้เป็น  คณะอนุกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการประจำจังหวัด

 

5. ยุทธศาสตร์เสริมสร้างความเข้มแข็งขององค์กรด้านคนพิการ

                        5.1 จัดสรรงบประมาณค่าใช้จ่ายในการบริหารองค์กรของคนพิการ และองค์กรเพื่อคนพิการไม่น้อยกว่า 50 % ของค่าใช้จ่ายทั้งหมด ในลักษณะ Matching  Funds จากกองทุนฟื้นฟูสมรรถภาพ คนพิการ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการสังคมแห่งชาติ หรือกองทุนอื่นๆ

 

6.ยุทธศาสตร์ส่งเสริมให้คนพิการ และผู้ปกครองโดยเฉพาะอย่างยิ่งในชนบทให้ได้รับสิทธิประโยชน์ตามกฎหมาย

6.1  จัดงบประมาณสนับสนุนองค์กรของคนพิการ และองค์กรเพื่อคนพิการทั้งภาครัฐ และเอกชนเพื่อดำเนินงานพิทักษ์สิทธิของคนพิการ

 

7. ยุทธศาสตร์ส่งเสริมการวิจัย และพัฒนาเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ และ     ครอบครัว    

                        7.1 จัดงบประมาณสนับสนุนการวิจัย และพัฒนา เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต คนพิการ และครอบครัว  การวิจัยประเมินผลโครงการ และการดำเนินงานเกี่ยวกับคนพิการ รวมทั้งจัดงบประมาณส่งเสริมการเผยแพร่ผลงานวิจัย และการนำผลงานวิจัยไปใช้ในการปฏิบัติ หรือจัดทำผลิตภัณฑ์

 

 

 

 

ความก้าวหน้า

1)          สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัยกำลังดำเนินโครงการวิจัย เพื่อส่งเสริมอาชีพคนพิการ โดยสนับสนุนการทบทวนองค์ความรู้ และพัฒนากรอบการวิจัย ซึ่งคาดว่าจะได้ผลงานวิจัยเบื้องต้นในเดือนตุลาคม 2546

2)          สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ

-         พิจารณาให้การสนับสนุนแผนงาน / ชุดโครงการวิจัยที่มุ่งพัฒนานวัตกรรม และองค์ความรู้เกี่ยวกับคนพิการ

-         ยุทธศาสตร์การจัดสรรงบประมาณการวิจัยของประเทศประจำปีงบประมาณ 2547 ได้ให้ความสำคัญกับการสร้างเครือข่ายการวิจัย และการนำองค์ความรู้ในหลายสาขาวิชาการมาสนับสนุนการวิจัยในประเด็นปัญหาต่างๆ ซึ่ง       ยุทธศาสตร์นี้จะช่วยสนับสนุนให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ซึ่งได้รับมอบหมายให้ทำวิจัย สามารถทำงานวิจัย และพัฒนาเรื่องคนพิการได้อย่าง ครอบคลุมทุกด้าน และสามารถระดมสรรพกำลังจากทุกฝ่ายมาร่วมด้วยได้

 

8.ยุทธศาสตร์ ปฏิรูปการบริหารงานพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนพิการ ให้เป็นแบบ     บูรณาการ และบริการเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียว

                        8.1 ปรับแก้ พรบ.การฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ พ.ศ.2534 ภายในปี 2546 โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คือ

            แต่งตั้งคณะกรรมการส่งเสริมและประสานงานคนพิการแห่งชาติ โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานกิตติมศักดิ์

            ปรับวัตถุประสงค์ และแหล่งรายได้ของกองทุนฟื้นฟูสมรรถภาพ         คนพิการให้กว้างขวางยิ่งขึ้น

ความก้าวหน้า–กระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์กำลังดำเนินการปรับแก้ พรบ.การฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ พ.ศ.2534

 

..........................................................................

การฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ เป็นกระบวนการสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ  ที่คนพิการควรได้รับโดยเร็วที่สุดเมื่อพบความพิการ ไม่ว่าจะเป็นความพิการแต่กำเนิด หรือความพิการภายหลัง โดยทั่วไป การฟื้นฟูสมรรถภาพมักเริ่มทางด้านการแพทย์เพื่อสร้างเสริมศักยภาพด้านร่างกาย และจิตใจในการประกอบกิจวัตรประจำวัน และเรียนรู้การใช้อุปกรณ์เครื่องช่วยคนพิการ เมื่อฟื้นฟูสมรรถภาพให้มีความพร้อมในระดับหนึ่งแล้ว คนพิการจึงเข้าสู่ระบบการศึกษา เพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้ และสติปัญญา ร่วมทั้งพัฒนาทักษะด้านสังคมเพื่อการดำเนินชีวิตร่วมกับคนทั่วไป ต่อมาจึงพัฒนาทักษะด้านการประกอบอาชีพ ซึ่งจะช่วยให้คนพิการมีรายได้ และไม่เป็นภาระต่อครอบครัวหรือสังคม

คนพิการทุกประเภทควรได้รับการฟื้นฟูสมรรถภาพทุกด้านในเชิงบูรณาการอย่างครบวงจร โดยนักวิชาชีพที่เกี่ยวข้องซึ่งแตกต่างกันตามประเภทของความพิการ 

สิทธิของคนพิการตามพระราชบัญญัติการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ พ.ศ.  2534   

            คนพิการที่จดทะเบียนคนพิการที่ศูนย์บริการเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียว  หน่วยบริการเคลื่อนที่ และพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ของแต่ละจังหวัด ตามพระราชบัญญัติการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ พ.ศ.  2534     มีสิทธิ ดังต่อไปนี้

1.      สิทธิกู้ยืมเงินจากกองทุนฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ  เพื่อประกอบอาชีพตามหลักเกณฑ์วิธีการที่กองทุนฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการกำหนด

                        สำหรับคนพิการระดับรุนแรงที่ไม่สามารถฟื้นฟูสมรรถภาพจนสามารถประกอบอาชีพได้ และครอบครัวยากจน คนพิการเหล่านั้นยังมีสิทธิได้เบี้ยยังชีพคนพิการ เดือนละ 500 บาท

2.      สิทธิได้รับสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆทั้งด้านการรักษาพยาบาล  การพัฒนาด้านการศึกษา  อาชีพ  และการสังคม  รวมทั้งการฟื้นฟูสมรรถภาพ

3.      สิทธิด้านการฟื้นฟูสมรรถภาพ  การพยาบาลเวชกรรมฟื้นฟู  การฟื้นฟูสมรรถภาพทางการได้ยินและสื่อความหมาย  การให้อุปกรณ์ในการช่วยเหลือคนพิการ  อาทิเช่น  อุปกรณ์เทียม  อุปกรณ์เสริม หรือเครื่องช่วยคนพิการ  นอกจากนี้  ในกรณีที่อุปกรณ์เทียม  อุปกรณ์เสริมหรือเครื่องช่วยต่าง ๆ ชำรุดบกพร่อง  จำเป็นต้องซ่อมแซม  หรือเปลี่ยนแปลง  สถานพยาบาลก็สามารถดำเนินการให้ได้โดยไม่คิดมูลค่า

4.       สิทธิได้รับสวัสดิการการรักษาพยาบาลโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล           ดังรายการต่อไปนี้

4.1  การตรวจวินิจฉัย  การตรวจทางห้องปฏิบัติการ  และการตรวจพิเศษด้วยวิธีอื่น ๆ

4.2  การให้คำแนะนำปรึกษา

4.3  การให้ยา

4.4  การศัลยกรรม

4.5  การพยาบาลเวชกรรมฟื้นฟู

4.6  กิจกรรมบำบัด  (อาชีวบำบัด)

4.7  พฤติกรรมบำบัด

4.8  จิตบำบัด

4.9  สังคมสงเคราะห์และสังคมบำบัด

4.10  การแก้ไขการพูด  (อรรถบำบัด)

4.11  การฟื้นฟูสมรรถภาพทางการได้ยินและการสื่อความหมาย

4.12  การให้อุปกรณ์และเครื่องช่วยคนพิการ

5.      มีสิทธิได้รับค่าทนายความ  กรณีที่มีคดีความเกิดขึ้น  โดยได้รับจากหน่วยงานของรัฐ

 

6.      มีสิทธิได้รับค่าจ้างล่ามภาษามื