เนื้อหาหลัก

ทันตสุขภาพสำหรับผู้พิการ

http://www.slideshare.net/ballistapg/ss-1618618

คำแนะนำในการดูแลผู้พิการทางตา (ยังพอมองเห็นแสง) ในครอบครัว.

อ้างอิงจาก http://doctor.or.th/ask/detail/8267

 

ผู้ป่วยในกลุ่มนี้เป็นผู้ที่มีความสามารถในการเห็นลดลงไม่ใช่ตาบอดสนิท อาจเป็นการสูญเสีย การมองเห็นในส่วนตรงกลาง (central field loss)หรือการสูญเสียการมองเห็นด้านข้าง (peripheral  field loss) ซึ่งปัญหาจากการสูญเสียการมองเห็นทั้ง 2 แบบอาจจะแตกต่างกัน เช่น การสูญเสียการมองเห็นส่วนกลางอาจมีปัญหาเกี่ยวกับการอ่านหนังสือ การทำกิจวัตรประจำวัน หรือการสูญเสียการมองเห็นด้านข้างอาจมีปัญหาในการเดิน เป็นต้น. อย่างไรก็ตามการแนะนำการดูแลตนเองที่จะกล่าวถึงนี้ อาจนำไปปรับใช้ในผู้ป่วยแต่ละรายตามความเหมาะสมของสภาพร่างกายและสิ่งแวดล้อมโดยเป็น คำแนะนำที่ง่าย ไม่สิ้นเปลือง และสามารถปรับใช้ได้จริง ด้วยหวังว่าผู้ป่วยจะใช้สายตาที่หลงเหลืออยู่ทำสิ่งต่างๆ ในชีวิตประจำวันได้ง่ายขึ้น. คำแนะนำอาจจำแนกเป็นหัวข้อใหญ่ๆได้แก่
 
1. แนะนำเรื่องข้อมูลทั่วไป 
 
1.1 บุคลที่เห็นเลือนรางต้องได้รับการตรวจจากจักษุแพทย์ เนื่องจากโรคบางอย่างอาจรักษาให้หาย หรือป้องกันไม่ให้โรคดำเนินมากไปกว่านี้ได้.
 
1.2 บุคคลที่เห็นเลือนรางควรทราบว่าตนเองเห็นมากน้อยขนาดไหน สามารถทำกิจวัตรใดได้บ้าง.
 
1.3 ควรปรับสิ่งแวดล้อมรอบตัวให้เอื้อต่อการทำกิจวัตร เช่น การจัดแสงสว่างให้มากกว่าปกติ การจัดวางของใช้ให้เป็นระเบียบเพื่อให้ค้นหาได้ง่ายและไม่เป็นอันตราย เป็นต้น. 
 
1.4 พยายามให้ผู้เห็นเลือนรางฝึกทักษะอื่นๆ เพื่อช่วยในการทำกิจวัตรต่างๆ เช่น การใช้ประสาทสัมผัส เสียงและกลิ่นในการช่วยรับรู้ หรือการจำตำแหน่งของสิ่งของแทนการมองหา เป็นต้น.
 
 
2. คำแนะนำเกี่ยวกับการจัดบ้าน
 
2.1 การจัดวางสิ่งของและเฟอร์นิเจอร์ให้เป็นระเบียบและชิดผนังป้องกันการเดินชน.
 
2.2 ระมัดระวังสิ่งของที่อาจสะดุดล้มได้ง่าย เช่น โต๊ะเตี้ยควรหาผ้าสีสว่างคลุมกันการสะดุด และ  หลีกเลี่ยงพรมเช็ดเท้าที่อาจสะดุดหรือลื่นล้มได้ง่าย เป็นต้น. 
 
2.3 ควรใช้เสื่อน้ำมันหรือผ้าคลุมโต๊ะที่มีสีเดียว ไม่ควรมีลวดลาย เพื่อจะได้เก็บของตกหรือหยิบจับสิ่งของบนโต๊ะได้ง่าย.
 
2.4 ควรทาหรือปิดแถบสีสดใสในบริเวณที่อาจทำให้เกิดอันตรายได้ง่าย เช่น ขอบประตู หน้าต่าง ขั้นบันได เป็นต้น.
 
2.5 เลือกใช้สิ่งของที่มีการตัดกันของสีเพื่อสะดวกในการหยิบจับ เช่น ลูกบิดประตูกับบานประตู สวิตช์และปลั๊กไฟกับผนังห้อง หรือใช้ผ้าที่สีตัดกับผนังห้องคลุมเฟอร์นิเจอร์ เป็นต้น.
 
2.6 เขียนตัวเลขตัวโตและสีเข้มไว้ที่โทรศัพท์.
 
 
3. คำแนะนำเกี่ยวกับห้องครัวและการทำอาหาร
 
3.1 ใช้หลักการการตัดกันของโทนสีในการเลือกใช้ภาชนะ เพื่อสะดวกในการเตรียมอาหาร เช่น ควรรินกาแฟ (สีเข้ม) ลงในถ้วยสีอ่อน หรือใช้จานสีเข้มใส่ข้าวสวย หรือใช้ชามสีอ่อนใส่แกงเผ็ด หรือใช้เขียงที่มีทั้งสีเข้มและอ่อนเพื่อหั่นอาหารทั้งเข้มและอ่อน เป็นต้น.
 
3.2 การตวงสิ่งของ เช่น ผงซักฟอกหรือน้ำยาล้างจาน ควรเทลงในฝ่ามือเพื่อง่ายในการกะปริมาณ.
 
3.3 การใช้เตาแก๊สควรใช้ทักษะอื่นๆ ร่วมกับการมอง เช่น การจำตำแหน่งลูกบิดขณะปิด-เปิดการฟังเสียงเวลาเปิดและพยายามสังเกตกลิ่นแก๊ส เป็นต้น.
 
3.4 การกวาดบ้านควรถอดรองเท้าเพราะ  ช่วยตรวจพื้น และควรกวาด 2 ครั้งใน 2 แนวที่ตั้งฉากกัน (ซ้าย-ขวา และบน-ล่าง) เพื่อมั่นใจว่าทำได้ทั่วถึง.
 
 
4. คำแนะนำในการอ่านและเขียนหนังสือ
 
4.1 อาจใช้แว่นขยายช่วยอ่านหรืออ่านใกล้มากขึ้น.
 
4.2 ปรับไฟให้สว่างและส่องเข้าทางด้านข้าง.
 
4.3 อาจปรับใช้วิธีช่วยอ่านให้ง่ายขึ้น ได้แก่
   - ใช้นิ้วมือไล่ตามบรรทัดเวลาอ่าน.
   - วางแผ่นกระดาษสีเข้มไว้ใต้บรรทัดที่กำลังอ่านแล้วให้เลื่อนลงทีละบรรทัด.
   - ใช้กระดาษสีเข้มเจาะช่องให้พอดีกับบรรทัดที่จะอ่านซึ่งจะช่วยเน้นบรรทัดนั้นปิดข้อความนอกกรอบ และลดความจ้าของหน้ากระดาษ.
 
4.4 การเขียนควรใช้กระดาษสีขาวและหมึกสีดำเข้มเขียนตัวโต หลีกเลี่ยงการเขียนบนกระดาษสี  หรือมีรูปภาพลวดลาย.
 
4.5 อาจใช้แผ่นรองเจาะช่องสำหรับเซ็นชื่อเพื่อความสะดวก.
 
 
5. คำแนะนำในการเคลื่อนไหวและเดินทางอย่างปลอดภัย
 
5.1 ควรหัดจำลักษณะ รูปร่าง เสื้อผ้า เสียง ท่าทางการเดินของผู้อื่น.
 
5.2 การข้ามถนนต้องหยุดและฟังเสียงร่วมด้วย หากคิดว่าปลอดภัยแล้วค่อยข้าม หรืออาจขอ ความช่วยเหลือจากคนข้างเคียง.
 
5.3 การใช้ไม้เท้าขาวช่วยสำรวจสิ่งกีดขวางโดยไม่ต้องก้มมอง จะทำให้ปลอดภัยและสะดวกขึ้น.
 
5.4 ควรใส่เสื้อผ้าสีอ่อนขณะเดินตามถนน เพื่อให้ผู้ขับขี่ยวดยานเห็นง่ายขึ้น.
 
5.5 การเดินทางกลางวันในที่แดดจ้าควรมีแว่นกันแสงแดดหรือหมวกเพื่อไม่ให้แสงเข้าตามากเกินไป.
 
5.6 การเดินทางกลางคืนควรมีไฟฉายและควรแกว่งไฟไปทางซ้าย-ขวาเพื่อหาสิ่งกีดขวาง.
 
 
 
ศักดิ์ชัย วงศกิตติรักษ์ พ.บ.,จักษุแพทย์ คณะแพทยศาสตร์  มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร