เนื้อหาหลัก

คลินิกแก้ไขการพูด

การพูดเป็นสิ่งที่มนุษย์ใช้เพื่อการสื่อ สารกับผู้อื่น เป็นการถ่ายทอดความรู้สึกนึกคิด ความรู้ และประสบการณ์การฟื้นฟูทางด้านภาษาและการพูดในผู้ป่วยที่มีความบกพร่องใน ด้านนี้ ผู้ป่วยควรได้รับการฟื้นฟูทันที เมื่อแพทย์เห็นสมควรได้รับการฟื้นฟูโดยนักแก้ไขการพูด เพื่อช่วยเหลือให้ผู้ป่วยสามารถติดต่อสื่อความหมายกับผู้อื่นได้ และผู้ป่วยมีความภาคภูมิใจในตัวเอง

การบริการ

ให้บริการผู้ป่วยในการฝึกภาษาและการพูด พร้อมทั้งให้คำแนะนำแก่ญาติ ผู้ช่วยเหลือผู้ป่วย ในการฟื้นฟูด้านภาษาและการพูด ซึ่งมีขอบข่ายการให้บริการในผู้ป่วยที่มีปัญหา ดังนี้

  • ผู้ป่วยอัมพาตจากหลอดเลือดสมองมีปัญหาด้านภาษาและการพูด 
  • ผู้ป่วยที่พูดไม่ชัดเจนทั้งเด็กและผู้ใหญ่
  • ผู้ป่วยเสียงแหบ เสียงห้าว เสียงลมแทรก
  • ผู้ป่วยพูดติดอ่าง พูดเร็ว พูดรัว
  • ผู้ป่วยหูตึง หูหนวก มีปัญหาด้านการสื่อสาร
  • ผู้ป่วยปากแหว่ง เพดานโหว่
  • ผู้ป่วยออทิสติก
  • ผู้ป่วยเด็กพูดช้า จากภาวะปัญญาอ่อน สมองพิการ
  • ผู้ป่วยที่มีปัญหาด้านการกลืน

วิธีการให้บริการฟื้นฟูผู้ป่วย

  1. การฝึกพูดแบบเดี่ยว
  2. การฝึกพูดแบบกลุ่ม
  3. การให้คำแนะนำญาติ หรือผู้ปกครองในการฟื้นฟูต่อเนื่องที่บาน

เครื่องมือที่ใช้ในการฟื้นฟู

  • สื่อการสอนพูด
  • คอมพิวเตอร์โปรแกรมฝึกพูด
  • นักแก้ไขการพูด
  • แบบฝึกหัดสอนพูด

ขั้นตอนการขอรับบริการ

1. ผู้ป่วยนอก

  • พบแพทย์เพื่อตรวจประเมิน
  • นำแฟ้มพร้อมใบสั่งการรักษามาที่ตึกกิจกรรมบำบัดชั้น 2 ห้องฝึกพูด
  • เจ้าหน้าที่นัดคิว วัน/เวลา ให้กับผู้ป่วยที่จะมารับบริการฝึกพูด
  • ผู้ป่วยที่รับใบนัด มาฝึกตามนัด
  • ผู้ป่วยที่รับการฝึกเสร็จแล้วรับใบนัดครั้งต่อไปแล้วกลับบ้านได้

2. ผู้ป่วยใน

  • แพทย์เจ้าของไข้วินิจฉัย และส่งมารับบริการฝึกพูด
  • เจ้าหน้าที่/พยาบาลนัดคิวกับเจ้าหน้าที่ห้องฝึกพูดเพื่อนัดคิววัน/เวลา ในการฝึกให้กับผู้ป่วย
  • ผู้ป่วยที่มีคิวฝึกพูดนำแฟ้มประวัติมาด้วยตามวันเวลาที่นัดเพื่อรับบริการฝึกพูด
  • ผู้ป่วยที่รับบริการเสร็จแล้วกลับหอผู้ป่วยหรือไปฝึกโปรแกรมอื่นๆ ต่อไป


เวลาเปิดบริการ

ผู้ป่วยนอก ให้บริการในวันจันทร์, พุธ, ศุกร์ เวลา 08.30  12.00 น. 
ผู้ป่วยใน ให้บริการในวันอังคาร และวันพฤหัสบดี เวลา 08.30  12.00 น.

ระยะเวลา        ที่ใช้ในการฝึกแต่ละครั้ง ประมาณ 25 - 30 นาที ต่อผู้ป่วย 1 ราย

สถานที่ตั้ง        ศูนย์สิรินธรเพื่อการฟื้นฟูฯ ตึกกิจกรรมบำบัด ชั้น 2
หมายเลขโทรศัพท์        0-2591-4242 หรือ 0-2965-9186 ต่อ 6828

 

http://www.snmrc.go.th/index.php?option=com_content&view=article&id=11:st&catid=23:2010-06-03-03-36-30&Itemid=1

'ภาษามือ' โปรดใช้หัวใจในการรับฟัง
 
“ภาษามือ” แขนงหนึ่งของภาษากายที่ไม่ได้หมายถึงเรื่องอย่างว่า สลักสำคัญยิ่งสำหรับคนผู้อยู่ในโลกเงียบมาตั้งแต่เกิดอย่าง “คนหูหนวก” ภาษามือจะช่วยถ่ายทอดความรู้สึกนึกคิดของเขาออกมาให้คนรอบข้างได้รู้ แต่ก็มีข้อจำกัดด้วยว่าถ้าผู้รับสารไม่รู้ภาษามือ อาจหมดสิทธิรู้ว่าเขาสื่อสารเรื่อง ๆ ใดออกมา 
 
ตัวอย่างของการตีความภาษามือผิดไป ดังภาษา มือชื่อ นายกรัฐมนตรี สมัคร สุนทรเวช ล่ามภาษามือทำมือขยุ้มจมูก จนมีคนตีความเป็นทำนองว่าล้อเลียน ฯพณฯ นายกฯ แต่แท้จริงแล้วไม่ใช่ 
 
“สะท้อนให้เห็นว่าคนในบ้านเราไม่มีความรู้เรื่องภาษามือ ในประ เทศที่พัฒนาแล้ว มีคนใช้ภาษามือได้เยอะมาก ไม่ได้เป็นเรื่องแปลกใหม่เลย แต่บ้านเรารู้สึกเป็นเรื่องแปลกใหม่ ญี่ปุ่นมีอาสาสมัครและล่ามอาชีพที่ใช้ภาษามือได้เยอะมาก เพราะบรรจุในวิชาเรียนในเด็กชั้นมัธยม คนหูหนวก ไปซื้อของไปไหนไม่มีปัญหา บ้านเราแม้ภาษามือเป็นวิชาบังคับของโรงเรียนเด็กหูหนวกอยู่แล้ว แต่ถ้าเป็นวิชาเลือกหรือวิชากิจกรรมในโรงเรียนทั่วไปน่าจะดี ต่อไปถ้าเขาเจอคนหูหนวกจะไม่หนีเลยคุยกันได้” จุฑามาศ สุธนวัฒนาเจริญ ล่ามภาษามือของสมาคมคนหูหนวกแห่งประเทศไทย ให้ความเห็น 
 
หากคนที่มีโอกาสเรียนภาษามือจะรู้ว่าภาษามือกับภาษาพูดนั้นมีโครงสร้างประโยคต่างกัน ที่มาที่ไปของท่ามือ หรือสีหน้าของล่ามของคนหูหนวกที่ต้องแสดงออกเช่นนั้นล้วนมีความหมาย 
 
กนิษฐา รัตนสินธิ์ ล่ามภาษามือ สมาคมคนหูหนวกแห่งประเทศไทย อธิบายให้ฟังว่า โครงสร้าง ของประโยคคำพูดของ คนปกติทั่วไป จะประกอบด้วย ประ ธาน กริยา กรรม ยกตัวอย่างโครงสร้างประโยคบอกเล่าทางคำพูด “ฉันจะไปเชียงใหม่” แต่ภาษามือไม่ใช่ จะขึ้นต้นด้วยกรรมก่อน เป็น “เชียงใหม่ไปฉัน” โดยยกมือสื่อสัญลักษณ์ของ เชียงใหม่ขึ้นก่อน ดังนั้นคุณสมบัติของคนที่จะเป็นล่ามต้องมี ความรู้ด้านภาษาไทยอย่างดี ที่สำคัญล่ามต้องแปลอย่างไรให้เห็นภาพมากที่สุด 
 
กนิษฐา อธิบายต่อว่า คนหูหนวกตั้งชื่อภาษามือให้คุณสมัคร เพราะดูจากจมูกใหญ่ เป็นลักษณะเด่นอยู่บนใบหน้า นี่คือชื่อที่คนหูหนวกตั้งให้ แต่ตอนนี้ท่านดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีก็ใส่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเพิ่มด้วย 
 
ขณะที่ คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้าน ทุกคนในสังคมมองว่าหน้าตาดี หล่อ ก็ใช้มือวาดหน้า แล้วทำภาษามือ “อ” ส่วน คุณบรรหาร ศิลปอาชา ท่านตัวเล็ก คือทำมือลดระดับลงมา แล้วใช้ภาษามืออักษร “บ” อดีตนายกรัฐมนตรี สุรยุทธ์ จุลานนท์ ท่านมีไฝเล็ก ๆ ตรงจมูก แต่มีตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรี ก็ใส่ตำแหน่งท่านไปเป็นภาษามือ หรือ คุณชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี ท่านมีจุดเด่นตรงทรงผมมีกระบัง 
 
ด้าน คุณทักษิณ ชินวัตร สัญลักษณ์ของท่านในหมู่คนหูหนวก คือท่าตอนหาเสียง ตาดูดาวเท้าติดดิน ส่วนคุณชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ลักษณะเด่นมีหนวด ภาษามือใช้สองมือชี้ตรงใต้จมูก คุณกัญจนา ศิลปอาชา ก็มีจุดเด่นตรงทรงผม ที่ตั้งกระบัง คุณสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ สัญลักษณ์เด่นคือใส่แว่นเล็ก ๆ เรียว ๆ จับจีบนิ้วมือแสดงให้เห็นว่าแว่นเล็กแล้วตามด้วย “ส” 
 
แม้แต่คนดังอย่าง เบิร์ด ธงไชย คนหูหนวกจะจำจุดเด่น ตรงที่มีเขี้ยว แล้วร้องเพลง หากพูดถึงเบิร์ด ก็ยิ้มชี้ตรงตำแหน่งเขี้ยวในปาก แล้วทำท่าร้องเพลง ส่วน ภราดร ศรีชาพันธุ์ นักเทนนิส จุดเด่นที่คนหูหนวกรับรู้คือ ผมตั้ง ๆ ก็จับตรงทรงผม แล้วทำท่ามือลูกเทนนิส
 
หรือ วงโปงลางสะออน หยิบท่า เด่นของ “ลาล่า-ลูลู่” ทำท่าเต้นโลมา ออกมาก็รู้กันได้เลยว่ากำลังกล่าวถึงสองสาว ส่วน “อี๊ด” หัวหน้าวง จุดเด่นที่รู้กันนอกจากท่าเต้นดังกล่าวแล้ว คือมีเครา ก็วาดมือตรงปลายคาง เท่านี้ก็รู้แล้วว่า หัวหน้าวงโปงลางสะออน 
 
จุฑามาศ เสริมว่า การตั้งชื่อของคนหูหนวกนั้นไม่ใช่จะตั้งให้ได้ ทุกคน กว่าจะได้ชื่อจากคนหูหนวกต้องเกิดความคุ้นเคยกันก่อน คือมีการใช้ภาษามือสื่อสารกันมาสักระยะแล้วหยิบจุดเด่นประจำตัวขึ้นมา ไม่ว่าจะใส่แว่น ขนตางอน หรือไม่จำเป็นต้องมีลักษณะเด่นบนร่างกายแต่ดูจากเครื่องประดับ การแต่งกาย เช่นบางคน ใส่ตุ้มหูยาวตลอดเวลา หรือบางคนใส่ที่คาดผมประจำ เมื่อพูดถึงคนนั้นก็บอกเล่าลักษณะเด่นของเขาออกมา ไม่เฉพาะลักษณะเด่นอย่างเดียว มีตำแหน่งหน้าที่การงาน รวมทั้งเรื่อง การนับถือศาสนาเข้ามาเกี่ยวข้อง เช่นนับถือศาสนาอิสลาม เป็นต้น 
 
“ยกเว้นบุคคลสาธารณะ ที่มีชื่อเสียงในวงการข่าวสาร เมื่อคนหูหนวกติดตามข่าวสารบ้านเมือง ล่ามต้องแปลในรายการข่าว ล่ามต้องแปลให้ทัน หากมัวมาใช้ตัวสะกดอยู่ก็อาจจะไม่ทัน แต่ชื่อภาษามือของบุคคลสาธารณะก็ผ่านความเห็นของคนหูหนวกมาแล้วส่วนใหญ่”
 
อนุชา รัตนสินธิ์ ครูสอนภาษามือ คนหูหนวกตัวจริงสะท้อนความคิดเห็นผ่านล่ามว่า เขาไม่รู้ว่าสังคมของคนหูดีมองเรื่องกรณีของคุณสมัครอย่างไร ฉายาที่สื่อพูดถึงคุณสมัคร คือจมูกชมพู่ แต่คนหูหนวกไม่คิดอย่างนั้น ยังงงอยู่ว่าชมพู่ไปเกี่ยวอะไรกับคุณสมัคร เพราะภาษามือจะมีท่าภาษามือที่เกี่ยวกับผลไม้โดยตรง หรือถ้าจมูกบวม แล้วโดนผึ้งต่อยก็จับจมูก แล้วก็แสดงสีหน้าออกมาด้วย มันต่างกับจมูกใหญ่มาก 
 
“หนังสือพิมพ์วาดรูปการ์ตูนล้อเลียนคุณสมัครจมูกชมพู่ ทำไมตรงนี้ไม่เป็นประเด็น ๆ อีกอย่างจมูกชมพู่เป็นภาษาที่คนหูดีคิดขึ้นมา เกิดเรื่องอย่างนี้ก็ดีเหมือนกัน อย่างน้อยจะได้เป็นการประชาสัมพันธ์ภาษามือ จะได้มีคนสนใจอยากเรียนขึ้นมาบ้าง” ตัวแทนคนหูหนวกว่า 
 
แม้คนหูหนวกจะมีสิทธิพื้นฐานเหมือนกับคนไทยทุกคน แต่การเข้าถึงนั้นไม่ง่ายเลย ด้วยข้อจำกัดด้านการสื่อสาร ยกตัวอย่างเช่นการรับรู้ข่าวสารหรือบันเทิงทางสื่อทีวี ต้องดับมืดทันทีเมื่อไม่มีล่ามภาษามือมาช่วยแปลให้ 
 
ในฐานะครูของคนหูหนวก มีข้อเสนอแนะให้รายการทีวีในบ้านเรา อย่างเช่นรายการทีวีที่บันทึกเทปไว้แล้วผู้ผลิตน่าจะทำซับไตเติ้ลคำบรรยายภาษาไทยใส่ไปด้วย ส่วนรายการสดเช่น “ข่าว” ใช้ล่ามจะเหมาะสมกว่า แต่ทุกวันนี้กรอบจอล่ามบนทีวีก็เล็กมาก อยากให้แยกจอล่ามกับจอทีวีออก มาเลยไม่ต้องทับกัน บางทีไม่เห็นมือล่ามเลย 
 
ตรงนี้รัฐบาลเข้ามาช่วยได้ด้วยการออกกฎหมาย ให้ผู้ผลิตทีวีใส่ชิพเข้าไปในทีวีทุกยี่ห้อและบังคับให้สถานี ออกอากาศมีสัญญาณรับภาษามือ โดยสามารถเลือกระบบจากตัวเครื่องทีวีเองได้ว่า จะมีจอล่ามหรือไม่มี สามารถเพิ่มจอล่ามเล็กใหญ่ได้จาก รีโมต เหมือนทีวีปัจจุบันที่เลือกภาษาได้ เพราะในประเทศที่พัฒนาแล้วมีระบบทีวีแบบนี้แล้ว บ้านเราก่อนหน้าเคยมีทีวียี่ห้อคนไทยที่ใส่ชิพลงไป แต่ปัจจุบันไม่มีแล้ว 
 
นอกจากรายการทีวีแล้วแผ่น วีซีดี ดีวีดีภาพยนตร์ หรือสารคดีของไทย ถ้ามีคำซับไตเติ้ลภาษาไทย ออกมาด้วยจะทำให้คนหูหนวกได้รับความบันเทิงเท่ากับคนหูดี แต่ตอนนี้มีภาพยนตร์เรื่องตำนานสมเด็จพระนเรศวรที่มีคำบรรยายภาษาไทย
 
ส่วนหนึ่งของคำร้องขอจากผู้คนในโลกเงียบ ที่อาจต้องเงี่ยหัวใจฟังสำหรับ คนที่เอ่ยภาษามือไม่เป็น.
บทหนักของล่ามภาษามือ
 
ปัจจุบันตัวเลขของคนหูหนวก ในบ้านเรามีจำนวน 300,000 คน แต่มีคนหูหนวกที่มาขึ้นทะเบียนกับสมาคมคนหูหนวกแห่งประเทศไทย 70,000 คน กว่าครึ่งหนึ่งไม่มีโอกาสได้เรียนหนังสือในระดับสูงขึ้นถึงระดับปริญญาตรี เพราะขาดแคลนล่ามช่วยแปลระหว่างการเรียนการสอน 
 
กนิษฐา รัตนสินธิ์ ล่ามอาวุโสสุดของสมาคมคนหูหนวกแห่งประเทศ ไทยบอกว่า ขณะนี้จำนวนล่ามของสมาคมไม่เพียงพอกับงานที่มีอยู่ จำนวนมาก ล่ามภาษามือตอนนี้มีอยู่ 5 คน หน้าที่หลัก ๆ คือให้บริการสมาชิกที่เข้ามาจองล่าม ขึ้นอยู่ว่าสมาชิกต้องไปติดต่อเรื่องใด ไม่ว่าจะไปพบแพทย์ ขึ้นศาล ไปทำธุร กรรม และอื่น ๆ รวมถึงไปประชุมสัมมนากับหน่วยงานที่ร้องขอเข้ามา หรือ กรณีเร่งด่วนไปโรงพัก โรงพยาบาล และไปเป็นล่ามในรายการทีวีถ้าเจ้าของรายการติดต่อเข้ามาอาจจะมีบ้างที่สถานศึกษาขาดล่าม จะติดต่อมาใช้ล่ามของสมาคม 
 
“วิธีการแก้ปัญหาล่ามขาดแคลน ภาครัฐต้อง จัดตั้งศูนย์บริการล่ามส่วนกลาง ขึ้นมาในต่าง ประเทศ และแยกประเภทล่ามที่มีความรู้เช่น เรื่องกฎหมาย เรื่องการแพทย์ ยกตัวอย่างเช่นคนหูหนวกผู้ชายจะไปพบแพทย์เรื่อง ปัญหาโรค ของผู้ชายแต่ไม่มีล่ามผู้ชาย ต้องใช้ผู้หญิง คนหูหนวกก็อายล่ามก็อาย หรือ คนหูหนวกไปตรวจครรภ์ แต่ล่ามไม่เคยมีลูกมาเลยก็ แนะนำกันไม่ถูก” จุฑามาศล่ามภาษามือคุ้นหน้าทางทีวี แสดง ทรรศนะ
 
พรประไพ เสือเขียว
 
หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ วันพุธที่ 20 กุมภาพันธ์ 2551

ประกาศกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เรื่อง ประเภทและหลักเกณฑ์ความพิการ ประกาศ ณ วันที่ ๓๐ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๒

โดยสรุปคำนิยามที่เกี่ยวข้องดังนี้

ข้อ ๕ หลักเกณฑ์กำหนดความพิการทางการได้ยินหรือสื่อความหมาย ได้แก่

(๑) หูหนวก หมายถึง การที่บุคคลมีข้อจำกัดในการปฏิบัติกิจกรรมในชีวิตประจำวันหรือการเข้าไปมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางสังคม ซึ่งเป็นผลมาจากการมีความบกพร่องในการได้ยินจนไม่สามารถรับข้อมูลผ่านทางการได้ยิน เมื่อตรวจการได้ยิน โดยใช้คลื่นความถี่ที่ ๕๐๐ เฮิรตซ์๑,๐๐๐ เฮิรตซ์ และ ๒,๐๐๐ เฮิรตซ์ ในหูข้างที่ได้ยินดีกว่าจะสูญเสียการได้ยินที่ความดังของเสียง ๙๐เดซิเบลขึ้นไป

(๒) หูตึง หมายถึง การที่บุคคลมีข้อจำกัดในการปฏิบัติกิจกรรมในชีวิตประจำวันหรือการเข้าไปมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางสังคม ซึ่งเป็นผลมาจากการมีความบกพร่องในการได้ยิน เมื่อตรวจวัดการได้ยิน โดยใช้คลื่นความถี่ที่ ๕๐๐ เฮิรตซ์ ๑,๐๐๐ เฮิรตซ์ และ ๒,๐๐๐ เฮิรตซ์ ในหูข้างที่ได้ยินดีกว่าจะสูญเสียการได้ยินที่ความดังของเสียงน้อยกว่า ๙๐ เดซิเบลลงมาจนถึง ๔๐ เดซิเบล

(๓) ความพิการทางการสื่อความหมาย หมายถึง การที่บุคคลมีข้อจำกัดในการปฏิบัติกิจกรรมในชีวิตประจำวันหรือการเข้าไปมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางสังคม ซึ่งเป็นผลมาจากการมีความบกพร่องทางการสื่อความหมาย เช่น พูดไม่ได้ พูดหรือฟังแล้วผู้อื่นไม่เข้าใจ เป็นต้

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก เว็บไซต์พจนานุกรมภาษามือไทยอิเล็กทรอนิกส์

          ภาษามือ เป็นภาษาสำหรับคนหูหนวก ที่ใช้ในการติดต่อสื่อสารกัน โดยอาศัยการแสดงออกทางสีหน้า ท่าทาง  และการเคลื่อนไหวร่างกายเพื่อประกอบการสื่อสาร อย่างไรก็ตาม การใช้ภาษามือนั้นไม่ใช่ภาษาสากลที่สามารถใช้ได้ครอบคลุมทุกประเทศ เนื่องจากการใช้ภาษามือจะแตกต่างกันออกไปตามลักษณะของภาษาในประเทศ หรือท้องถิ่นนั้น ๆ และเพื่อให้ทราบถึงลักษณะการใช้ภาษามือของไทย ที่ใช้สำหรับการสื่อสารถึงเรื่องทั่ว ๆ ไปในชีวิตประจำวัน เช่น การทักทาย การชื่นชม หรือการแสดงความรู้สึก ดังนั้นเราจึงรวบรวมภาษามือง่าย ๆ จำนวน 20 ท่า มาฝากกันค่ะ   


 ภาษามือเบื้องต้น 20 ท่า สำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน

          คำภาษาไทย : ขอบคุณ
          คำภาษาอังกฤษ : Thank you
          ความหมาย : กล่าวแสดงความรู้สึกถึงบุญคุณหรือกล่าวเมื่อได้รับความช่วยเหลือ
          การใช้ภาษามือ : แบมือทั้ง 2 ข้าง โดยให้ทุกนิ้วชิดกัน จากนั้นยกมือขึ้นมาขนานกันในแนวตั้ง แล้วจึงดึงมือทั้งสองข้างออกจากกัน  


 ภาษามือเบื้องต้น 20 ท่า สำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน

          คำภาษาไทย : ขอโทษ
          คำภาษาอังกฤษ : Sorry
          ความหมาย : ขออภัยเมื่อได้ทำผิดพลาดอย่างใดอย่างหนึ่ง
          การใช้ภาษามือ : ยกฝ่ามือซ้ายขึ้นมาระดับหัวใจ โดยหันปลายนิ้วไปยังคู่สนทนา จากนั้นใช้ปลายนิ้วมือข้างขวาทำวน ในทิศตามเข็มนาฬิกา เหนือฝ่ามือข้างซ้ายราว ๆ 3 รอบ


 ภาษามือเบื้องต้น 20 ท่า สำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน

          คำภาษาไทย : ไม่เป็นไร
          คำภาษาอังกฤษ : That's all right, That's ok, No problem, Not at all, You're welcome
          ความหมาย : คำแสดงความรู้สึกที่ไม่ได้ถือโทษหรือโกรธเคืองใด ๆ เพื่อให้ผู้ฟังรู้สึกดีขึ้นหรือไม่ต้องรู้สึกผิด
          การใช้ภาษามือ : กางฝ่ามือทั้งสองข้างหันเข้าหาลำตัว ส่ายหน้าพร้อมสะบัดปลายนิ้วทั้งสองให้สวนกันไปมาประมาณ 3 รอบ


 ภาษามือเบื้องต้น 20 ท่า สำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน

          คำภาษาไทย : สบายดี
          คำภาษาอังกฤษ : Fine, Doing well
          ความหมาย : สภาวะปกติของทั้งร่างกายและจิตใจ ร่างกายไม่เจ็บป่วย รวมทั้งอารมณ์ดี มีความสุข ไม่มีอะไรให้กังวล
          การใช้ภาษามือ : แบฝ่ามือทั้งสองข้าง จากนั้นให้ปลายนิ้วมือทั้งสองข้างทำมุมเป็นรูปตัววีโดยหันฝ่ามือเข้าหาลำตัวบริเวณหน้าอก แล้วลากมือในแนวเฉียงขึ้นเป็นรูปตัววีจนถึงระดับไหล่ จากนั้นกำนิ้วมือทั้ง 4 โดยชูนิ้วโป้งหันเข้าหากัน


 ภาษามือเบื้องต้น 20 ท่า สำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน

          คำภาษาไทย : โชคดี
          คำภาษาอังกฤษ : Good luck
          ความหมาย : การได้รับสิ่งดี ๆ โดยที่ไม่ได้คาดคิดเอาไว้
          การใช้ภาษามือ : ใช้ปลายนิ้วชี้และนิ้วโป้งสัมผัสกันเป็นรูปวงกลม นิ้วที่เหลือกางออกจากกัน จากนั้นกำมือและชูนิ้วโป้ง


 ภาษามือเบื้องต้น 20 ท่า สำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน

          คำภาษาไทย : คิดถึง
          คำภาษาอังกฤษ : Think of
          ความหมาย : นึก ระลึกถึงเมื่อไม่ได้เจอหรือพบกันนานกับผู้ที่สนิทหรือรู้จักกัน
          การใช้ภาษามือ : กำมือก่อนใช้ปลายนิ้วชี้สัมผัสที่ขมับ จากนั้นจึงชี้นิ้วดังกล่าวไปยังคู่สนทนา


 ภาษามือเบื้องต้น 20 ท่า สำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน

          คำภาษาไทย : น่ารัก
          คำภาษาอังกฤษ : Cute, Lovely
          ความหมาย : ใบหน้าที่ค่อนข้างไปในทางสวย น่าชื่นชม ลักษณะท่าทาง หรืออุปนิสัยดูเป็นมิตร หรือลักษณะแบบเด็ก
          การใช้ภาษามือ : ขยุ้มมือข้าง ๆ บริเวณโหนกแก้มโดยให้ปลายนิ้วทั้ง 5 เข้ามาชิดกัน จากนั้นลากลงมาบริเวณข้างแก้ม


 ภาษามือเบื้องต้น 20 ท่า สำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน

          คำภาษาไทย : สวย
          คำภาษาอังกฤษ : Beautiful
          ความหมาย : มีลักษณะงดงาม
          การใช้ภาษามือ : แบมือตั้งฉากห่างจากใบหน้าตรงช่วงแก้มเล็กน้อย จากนั้นให้ขยับมือและแขนหมุนในทิศทวนเข็มนาฬิกา 1 รอบ ก่อนกำมือแล้วชูนิ้วโป้งหันไปทางอีกฝ่าย


 ภาษามือเบื้องต้น 20 ท่า สำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน

          คำภาษาไทย : ชอบ
          คำภาษาอังกฤษ : Like
          ความหมาย : พอใจ แสดงอาการพึงใจ
          การใช้ภาษามือ : กำนิ้วกลาง นิ้วนาง และนิ้วก้อย โดยให้นิ้วชี้ และนิ้วโป้งเหยียดตรง หันมือเข้าหาลำตัว ระดับหน้าอกบริเวณหัวใจ โดยให้นิ้วทั้งสองทำมุมคล้ายตัววี จากนั้นลากมือลงพร้อม ๆ กับขยับปลายนิ้วชี้และนิ้วโป้งให้สัมผัสกัน


 ภาษามือเบื้องต้น 20 ท่า สำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน

          คำภาษาไทย : ไม่ชอบ
          คำภาษาอังกฤษ : Dislike
          ความหมาย : ความรู้สึกที่ไม่พึงใจในสิ่งใดสิ่งหนึ่ง
          การใช้ภาษามือ : ทำท่าเดียวกับคำว่าชอบ พร้อมกับส่ายหน้าไปมาประมาณ 3 รอบ


 ภาษามือเบื้องต้น 20 ท่า สำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน

          คำภาษาไทย : รัก
          คำภาษาอังกฤษ : Love
          ความหมาย : มีใจผูกพันอย่างมาก
          การใช้ภาษามือ : ใช้ฝ่ามือทั้งสองแนบลงบนหน้าอกบริเวณหัวใจ สูดลมหายใจเอาเข้าลึก ๆ พร้อมทำสีหน้ายิ้มแย้ม


 ภาษามือเบื้องต้น 20 ท่า สำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน

          คำภาษาไทย : เก่ง
          คำภาษาอังกฤษ : Clever
          ความหมาย : มีความสามารถ ทำอะไร ๆ ได้ดี
          การใช้ภาษามือ : คว่ำมือซ้ายในระดับเดียวกับท้อง ใช้ฝ่ามือขวาตบลงเบา ๆ บนมือซ้าย ประมาณ 2 รอบ จากนั้นยกมือขวาขึ้น แล้วชูนิ้วโป้งให้กับอีกฝ่าย


 ภาษามือเบื้องต้น 20 ท่า สำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน

          คำภาษาไทย : ฉลาด
          คำภาษาอังกฤษ : Intelligent
          ความหมาย : สมองดี มีปัญญา ไม่โง่
          การใช้ภาษามือ : กำมือโดยใช้นิ้วชี้สัมผัสบริเวณขมับ ก่อนชูนิ้วโป้งให้กับอีกฝ่าย


 ภาษามือเบื้องต้น 20 ท่า สำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน

          คำภาษาไทย : เป็นห่วง
          คำภาษาอังกฤษ : Concern
          ความหมาย : กังวลถึง
          การใช้ภาษามือ : คล้องนิ้วชี้กับนิ้วโป้งของมือทั้งสองข้าง ให้ปลายนิ้วสัมผัสกัน โดยหันฝ่ามือซ้ายไปที่อีกฝ่าย ขณะที่นิ้วกลาง นิ้วนาง และนิ้วก้อยเหยียดตรง


 ภาษามือเบื้องต้น 20 ท่า สำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน

          คำภาษาไทย : ไม่สบาย
          คำภาษาอังกฤษ : Sick, Not well
          ความหมาย : สภาวะที่ร่างกายและจิตใจไม่ปกติ หรือเกิดอาการป่วย
          การใช้ภาษามือ : เอียงศีรษะไปด้านขวา จากนั้นใช้หลังมือขวาในช่วงปลายนิ้วสัมผัสบริเวณหน้าผาก


 ภาษามือเบื้องต้น 20 ท่า สำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน

          คำภาษาไทย : เศร้า
          คำภาษาอังกฤษ : Sad
          ความหมาย : ไม่มีความสุข ไม่มีความเบิกบาน หรือเสียใจ
          การใช้ภาษามือ : ก้มหน้าลง พร้อมลากนิ้ว ทั้ง 5 ลงมาจากบริเวณหน้าผากถึงคาง โดยเว้นระยะห่างระหว่างใบหน้ากับมือเล็กน้อย


 ภาษามือเบื้องต้น 20 ท่า สำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน

          คำภาษาไทย : เสียใจ
          คำภาษาอังกฤษ : Sad, Sorry
          ความหมาย : ไม่สบายใจ ผิดหวัง เพราะมีเรื่องไม่สมประสงค์ ไม่พึงพอใจ หรือไม่ได้ดั่งใจ
          การใช้ภาษามือ : กำมือหันเข้าหาลำตัว โดยอยู่ห่างจากหน้าอกด้านซ้ายเล็กน้อย จากนั้นหมุนแขนเป็นวงกลมตามทิศทวนเข็มนาฬิกาประมาณ 3 รอบ พร้อมทำสีหน้าเศร้าสลด


 ภาษามือเบื้องต้น 20 ท่า สำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน

          คำภาษาไทย : หิว
          คำภาษาอังกฤษ : Be hungry
          ความหมาย : อยากข้าว อยากอาหาร มีอาการท้องร้อง
          การใช้ภาษามือ : กำนิ้วกลาง นิ้วนาง และนิ้วก้อย เอาไว้ จากนั้นใช้นิ้วชี้และนิ้วโป้งรูดตรงลำคอ จนปลายนิ้วมือทั้งสองสัมผัสกัน


 ภาษามือเบื้องต้น 20 ท่า สำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน

          คำภาษาไทย : อิ่ม
          คำภาษาอังกฤษ : Full
          ความหมาย : เต็มหรือแน่นท้อง กินอีกไม่ได้แล้ว
          การใช้ภาษามือ : คว่ำมือโดยเว้นระยะห่างระหว่างมือกับท้องเล็กน้อย จากนั้นยกมือขึ้นในแนวนอน จนกระทั่งหลังมือสัมผัสชิดกับใต้คาง


 ภาษามือเบื้องต้น 20 ท่า สำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน


          คำภาษาไทย : เข้าใจ
          คำภาษาอังกฤษ : Understand
          ความหมาย : รู้เรื่องหรือรู้ความหมายของเรื่องนั้นอย่างชัดเจน
          การใช้ภาษามือ : กำนิ้วมือไว้ตรงบริเวณขมับ จากนั้นพยักหน้า แล้วตวัดปลายนิ้วชี้ออกไปที่ด้านข้างลำตัว

          เป็นอย่างไรบ้างคะสำหรับภาษามือเบื้องต้น 20 ท่า ที่เรานำมาฝากกันในครั้งนี้ หากได้ทดลองทำตามก็จะพบว่า บางท่าก็เหมือนกับท่าทางที่เราทำกันอยู่บ่อย ๆ เพียงแต่เราอาจไม่เคยทราบมาก่อนว่า ท่าทางเหล่านั้น จะมีความหมายในอีกรูปแบบหนึ่งด้วย ทั้งนี้ สำหรับผู้ที่สนใจเรียนรู้ภาษามือเพิ่มเติมสามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ เว็บไซต์พจนานุกรมภาษามือไทยอิเล็กทรอนิกส์  ที่จัดทำขึ้นภายใต้การสนับสนุนของ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)

          นอกจากนี้ยังมี เว็บไซต์มูลนิธิพัฒนาคนพิการไทย ที่นำเสนอข่าวสารการจัดกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพของคนพิการไทย และยังมีข้อมูลเกี่ยวกับความเป็นมาของภาษามือในประเทศไทย ตลอดจนการสอนภาษามือตั้งแต่ระดับเบื้องต้นสำหรับผู้ที่สนใจอีกด้วย


ขอขอบคุณข้อมูลจาก
เว็บไซต์มูลนิธิพัฒนาคนพิการไทย , เว็บไซต์พจนานุกรมภาษามือไทยอิเล็กทรอนิกส์

http://hilight.kapook.com/view/8583